
หากพูดถึงการประกวดนางงาม หลายคนอาจนึกถึงเพียงภาพสาวสวยบนส้นสูง และการตอบคำถาม แต่ลึกลงไปในสายสะพาย ประวัติศาสตร์ของมงกุฎคือภาพสะท้อนของกลยุทธ์ทางธุรกิจและการขับเคลื่อนทางสังคม ใครจะเชื่อว่าเวทีระดับโลกมีจุดเริ่มต้นมาจากแผนการตลาด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
ย้อนกลับไปในปี ค.ศ.1921 ที่เมืองแอตแลนติกซิตี้ สหรัฐอเมริกา เวที Miss America เกิดขึ้นจากกลุ่มนักธุรกิจต้องการหาทางรั้งตัวนักท่องเที่ยวให้อยู่ต่อหลังจบวันแรงงาน พวกเขาจึงจัดงานประชันโฉมขึ้นเพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดเม็ดเงินเข้าสู่เมืองชายหาด จากกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันนั้น ได้กลายเป็นต้นแบบให้อุตสาหกรรมความงามขยายไปทั่วโลก
การประกวดนางงามมักผูกติดอยู่กับบริบทโลกเสมอ ในช่วงสงครามเย็น เวทีนางงามถูกใช้เป็นเครื่องมือ Soft Power
เพื่อสร้างมิตรภาพระหว่างประเทศและแสดงภาพลักษณ์ความทันสมัยของโลกเสรี จนกระทั่งหลัง ค.ศ.1970 เมื่อ
กระแสสิทธิสตรีเริ่มตื่นตัว เวทีนางงามจึงต้องปรับตัวจากการโชว์สรีระเพียงอย่างเดียว มาเป็นการฟังทัศนคติ เราจึงเริ่มเห็นการทำโครงการเพื่อสังคม เข้ามาเป็นเกณฑ์ตัดสินสำคัญ
ปัจจุบันนิยามความสวยถูกรื้อถอนและสร้างใหม่ เราเห็นความหลากหลาย (Diversity) ทั้งนางงามข้ามเพศ คุณแม่ที่
แต่งงานแล้ว หรือสาวพลัสไซซ์ นอกจากความสวยแล้ว ท้ายที่สุด นางงามยังต้องมีทัศนคติที่สร้างแรงกระเพื่อมได้จริงเป็นพื้นที่ให้ผู้หญิงลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม นั่นคือผู้ชนะ
—
ดูเนื้อหาทั้งหมดโดยการสมัครสมาชิก หรือซื้อที่ Shopee
