
Art Mode ฉบับนี้อยากชวนผู้อ่านออกไปเดินเล่นในกรุงเทพฯ แบบช้าลงสักนิด ไป ทำความรู้จักกับ DIB Bangkok พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งใหม่ บนพื้นที่ขนาดใหญ่เทียบเท่าสนามฟุตบอล ที่ไม่ได้ชวนให้มาเดินดูงานอย่างเร่งรีบ แต่เป็นพื้นที่ที่เมื่อก้าวเข้าไป ความวุ่นวายของเมืองจะค่อยๆ ถูกทิ้งไว้ด้านหลัง พาให้เปลี่ยนโหมดการรับรู้จากภายนอกสู่ภายในอย่างแนบเนียน

DIB Bangkok รีโนเวตจากโกดังเหล็กอายุกว่า 40 ปี ให้กลายเป็นพื้นที่ศิลปะร่วมสมัยที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่มากกว่าความหวือหวา สิ่งที่ทำให้น่าสนใจยิ่งไปกว่าคือ ตัวอาคารเองก็เป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่ง ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงผลงาน การออกแบบเลือกเก็บโครงสร้างเดิมของโกดัง รวมไปถึงหน้าต่างเหล็กดัดแบบไทย-จีนที่เป็นร่องรอยของยุคสมัย และใช้การจัดวางพื้นที่ที่เชื่อมโยงกัน มาสร้างบรรยากาศแทนการตกแต่งที่เกินจำเป็น

การเดินชมภายในอาคารจึงให้ความรู้สึกเหมือนค่อยๆเคลื่อนผ่านความรู้สึกที่เปลี่ยนไปตามพื้นที่ จากชั้นล่างที่ยังคงความดิบ หนัก และใกล้พื้น ไปสู่ชั้นบนที่โปร่ง โล่ง และเปิดรับแสงธรรมชาติมากขึ้น ทุกก้าวเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ไม่ต่างจากการได้เข้าไปอยู่ภายในงานศิลปะขนาดใหญ่ที่สถาปัตยกรรมไม่ได้เป็นแค่ฉากหลัง แต่ทำ หน้าที่เล่าเรื่องไปพร้อมกับผนัง แสง เงา และความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างเดินชม
โซนจัดแสดงแบ่งเป็นทั้ง indoor และ outdoor ด้านในเป็นอาคาร 3 ชั้น ที่จัดแสดงนิทรรศการเปิดตัว “(In)visiblePresence: ล่อง (ไม่) หน” ซึ่งรวบรวมผลงานกว่า 80 ชิ้น จากศิลปิน 40 คน ทั้งไทยและต่างประเทศ ภายใต้ธีมที่ชวนให้เราสำ รวจ “สิ่งที่มองไม่เห็น” มากกว่าการมองด้วยสายตา งานหลายชิ้นเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมตั้งคำ ถามกับการรับรู้ ความทรงจำและสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวของภาพและวัสดุ
STRAIGHT UPby James Turrel
หนึ่งในผลงานไฮไลต์ คือ Straight Up งานจัดวางถาวรของ James Turrell ศิลปินร่วมสมัยชาวอเมริกันที่ใช้ “ท้องฟ้า”เป็นองค์ประกอบหลัก และเล่นกับแสงที่เปลี่ยนแปลงไปแต่ละช่วงเวลา เมื่อเราเงยหน้ามองขึ้นไป จะพบว่าท้องฟ้าที่คุ้นเคยกลับดูแตกต่าง และมีมิติมากกว่าที่เคย เป็นประสบการณ์เรียบง่ายที่ทำให้หลายคนหยุดอยู่นานกว่าที่คิด




PARS PRO TOTOby Alicja Kwade
บริเวณคอร์ตยาร์ดกลางแจ้งจัดแสดงผลงาน Parspro Toto ของ Alicja Kwade ประติมากรรมลูกโลกหินขนาดใหญ่ 11 ลูก ที่วางเรียงอย่างเป็นจังหวะ เมื่อเดินวนไปรอบๆ ลูกโลกแต่ละลูก มุมมองจะค่อยๆ เปลี่ยนไปตามระยะใกล้ไกล ทำให้รับรู้ถึงน้ำหนัก ความสมดุลและความเชื่อมโยงระหว่างงาน พื้นที่ และผู้ชมได้อย่างเป็นธรรมชาติ


MEMORYby Sho Shibuya
ถัดมาจะพบกับผลงานที่ให้บรรยากาศมีสีสันต่างออกไปคือ Memory(2025) ของ Sho Shibuya งานผนังภาพขนาดใหญ่ที่สร้างจากภาพพระอาทิตย์ขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งศิลปินพิมพ์ทับลงบนหน้าหนึ่งของสื่อต่างๆ ที่เคยเต็มไปด้วยพาดหัวข่าวและข้อมูลเร่งเร้า กลับกลายเป็นไล่เฉดแสงและสีที่สงบ งานชิ้นนี้เหมือนการนำ “เวลา” และ “ข่าวสาร”มาวางซ้อนกันอย่างอ่อนโยน ชวนให้ทบทวนว่า ในโลกที่ข้อมูลเปลี่ยนทุกวัน เราเลือกจะจดจำ อะไรไว้กับตัวเอง
อีกมุมที่ชวนให้แวะเข้าไปคือที่ The Chapel แกลเลอรีทรงกรวยกรุด้วยกระเบื้องโมเสก ที่ผสานกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมไทยดั้งเดิมเข้ากับสเปซร่วมสมัยได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีผลงานของศิลปินระดับนานาชาติและไทยอย่าง Anselm Kiefer, Lee Bul และมณเฑียร บุญมาจัดแสดงอยู่ตามจุดต่างๆ แนะนำให้เผื่อเวลาสัก 2-3 ชั่วโมง เดินชมไปเรื่อยๆ พร้อมๆ กับซึมซับรายละเอียดและบรรยากาศระหว่างทาง


DIB Bangkok (Sukhumvit 40)
Exhibition: (In)visible Presence
On view: 21 December 2025 – 3 August 2026
Opening hours: Thursday–Monday | 10:00 AM–7:00 PM
Admission: Thai residents 550 THB / International
visitors 700 THB
(Closed on Tuesdays and Wednesdays)
—
ดูเนื้อหาทั้งหมดโดยการสมัครสมาชิก หรือซื้อที่ Shopee
