Skip to content Skip to footer

รังสรรค์วันสวย ด้วยพื้นที่สีเขียวใกล้กรุง

ในยุคป่าไม้กลายเป็นป่าเมือง ตลอดจนภาวะสิ่งแวดล้อมฮิตๆ อย่างฝุ่น PM 2.5 เอย ภาวะโลกร้อนเอย “เทร็นด์สีเขียวกับความยั่งยืน” ได้ กลายเป็นกุญแจสำาคัญที่แม้แต่องค์การสหประชาติ ยังยกขึ้นเป็น 1 ใน 17 ข้อ ‘เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน’ หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ยิ่งสำาหรับมนุษย์หน้าจออย่างชาวเราที่นับวันจะห่างเหินกับต้นไม้ ใบหญ้า หรืออากาศดีๆ คงไม่มีอะไรจะเหมาะไปกว่านี้อีกแล้ว วันนี้ คอลัมน์ Peace and Place จึงขอพาทุกท่านไปอัปเดตกับ 3 พื้นที่สีเขียวใกล้กรุง…ที่ไม่ ต้องลุยป่าฝ่าทุ่ง ก็เตรียมผูกเชือกรองเท้า ไปเดินสูดออกซิเจนให้ฉ่ำาปอดได้เลย

คุ้งบางกะเจ้า

คุ้งบางกะเจ้า หรือพื้นที่คุ้มโค้งขนาดใหญ่คล้ายกระเพาะ หมู โอบล้อมด้วยลำน้ำเจ้าพระยา ครอบคลุมอาณาเขต กว่า 12,000 ไร่ของอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ถือเป็นแหล่งฟอกอากาศที่สำาคัญ จนถูกขนานนามว่า “ปอดของ กรุงเทพฯ” ทำาหน้าที่ผลิตออกซิเจนกว่า 6 ล้านตันต่อวัน และ ดักจับมลพิษมหาศาลในแต่ละปี

และเป็นพื้นที่สีเขียวที่ชาวกรุงต่างแวะเวียนไปช่วงวันหยุด สุดสัปดาห์เสมอ เพราะความเลื่องชื่อของสถานที่ท่องเที่ยวเชิง นิเวศ เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงธรรมชาติ พร้อมทั้งบรรยากาศความ เป็นท้องร่องท้องสวน และความหลากหลายทางชีวภาพที่ใกล้ เมืองหลวงเพียงชั่วแม่น้ำคั่นเท่านั้น การเดินทางมีความสะดวก สบาย ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง หากขับรถยนต์ข้ามสะพานภูมิพล 1 จากฝั่งถนนพระราม 3 หรือข้ามสะพานภูมิพล 2 จากฟาก ถนนปู่เจ้าสมิงพราย หรือสามารถโดยสารเรือข้ามฟากที่ให้ บริการตลอดทั้งวัน จากท่าน้ำช่องนนทรี ท่าสรรพาวุธ หรือท่า วัดคลองเตยนอก มายังท่าเรือฝั่งบางกะเจ้าได้อีกด้วย

ทันทีที่ล่วงมาถึง ‘ปอดกลางเมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย’ แห่งนี้ ก็เสมือนหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง ซึ่งล้วนดำาเนินไปอย่างกลมกลืน ผสมผสาน ระหว่างความเรียบง่ายของวิถีชีวิต กับธรรมชาติ

ว่าหวาน…บางน้ำผึ้ง

สถานที่แรก ชวนมาชม ‘ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง’ ที่แค่ชื่อก็หอม หวานเสียแล้ว ตัวตลาดน้ำตั้งอยู่ระหว่างวัดบางน้ำผึ้งใน กับ วัดบางน้ำผึ้งนอก ทุกช่วงสายสุดสัปดาห์จะขวักไขว่ด้วยฝูงชน เหมาะกับทั้งครอบครัวและก๊วนเพื่อน เพราะมีข้าวของให้เดินชม อย่างเพลิดเพลิน ที่นี่เน้นจำหน่ายของกินคาวหวานเป็นหลัก แต่ มีกลิ่นอายความโบราณและความเป็นพื้นบ้านซึมแทรกอยู่ทั่วไป

ไม่ไกลจากตลาดบางน้ำาผึ้ง ยังมีกิจกรรมน่าสนุก อย่าง เช่น การเวิร์กช็อปทำาธูปหอมไล่ยุง ขนมไทย ผ้ามัดย้อม ที่ ‘บ้าน ธูปหอมสมุนไพร’ โดยวิสาหกิจชุมชน ที่เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นประเภทบูรณาการให้ไปลองสนุกกันด้วย

ร่มรื่นใต้ไม้ครึ้ม ณ สวนศรีฯ

กิจกรรมที่เป็นภาพจำาของบางกะเจ้า คือ ปั่นจักรยาน พิกัด แรกที่เป็น A-Must ของสายปั่นอยู่ที่ ‘สวนศรีนครเขื่อนขันธ์’ มีเนื้อที่กว่า 148 ไร่ ประกอบด้วยสระน้ำ จุดชมวิวสะพานเขื่อน ขันธ์มรรคา ศูนย์ศึกษาระบบนิเวศ เขตป่าปลูก และเป็นแหล่ง เพาะพันธุ์กล้าไม้ ส่วนไฮไลต์ที่ใครแวะเวียนมาก็ต้องมาชักภาพ คนกับจักรยานตามแต่จินตนาการจะครีเอต คือ หอดูนก ปั่น จักรยานเสร็จแล้วจะแวะให้อาหารปลา นั่งปิกนิกที่ลานสนาม หญ้าก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ

วิถีคลอง วิถีชายเลน เปิดนิทานหิ่งห้อย ที่ลำพูบางกระสอบ

นอกจากสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ยังมีตรอกซอกซอยเล็กๆ ทอดตัวจากถนนใหญ่ ให้เราได้ขี่จักรยานลัดเลาะเลียบแม่น้ำ ชม ป่าชายเลนย่อมๆ พร้อมแวะกินขนม กาแฟตามคาเฟ่ลับ ไม่ นับการพายเรือคายักชมวิถีเดิมที่คลองแพ ที่บางกะเจ้า เรายัง สามารถศึกษา ร่วมอนุรักษ์ และชมหิ่งห้อย สิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่ เด็กสมัยนี้แทบไม่เคยเห็นกันแล้ว

ณ หมู่บ้านหิ่งห้อย ของกลุ่มอนุรักษ์ ‘ลำพูบางกระสอบ’ ริม น้ำไม่ไกลจากสวนศรีฯ เป็นสถานพิทักษ์ปกป้องแหล่งที่อยู่ของ หิ่งห้อย ให้พ้นการกล้ำาทำาลายของมนุษย์ จากสาเหตุน้ำที่อุดตัน เน่าเสีย จึงทำาให้ต้นลำพูยืนต้นตาย ทางกลุ่มจึงริเริ่มดักจับขยะ พลาสติก บำบัดทางน้ำรอบบริเวณ ศึกษาวัฏจักรของแมลงชนิด นี้ ก่อนจัดตั้งเป็นพื้นที่ให้เข้าลัดเลาะเส้นทางธรรมชาติยามกลาง วัน และชมหิ่งห้อยยามค่ำคืน

…มาคุ้งบางกะเจ้า คุณจะทั้งอิ่มท้อง อิ่มปอด อิ่มใจ แถมได้ ความรู้ เรียกได้ว่า เป็นทุกอย่างให้เธอแล้วจริงๆ

สวนเบญจกิติ

หากกล่าวถึง ‘แหล่งเช็กอินวันหยุด’ ที่ฮิตติดกระแสตลอด ครึ่งปีหลัง คงหนีไม่พ้น ‘สวนเบญจกิติ’ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ซึ่งสร้างขึ้นบนที่ดินโรงงานยาสูบ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง เมื่อครั้งมงคลสมัยพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในปี 2535 และเมื่อไม่นานมานี้ ได้ขยายพื้นที่พัฒนา เพิ่มเป็นสวนป่า ใจกลางกรุง จากความร่วมมือของกรมธนารักษ์และกองทัพบก รวมทั้งสิ้น 450 ไร่เลยทีเดียว

แต่เดิม สวนเบญจกิติ เป็นสวนที่มีความโดดเด่นจากบึง น้ำขนาดใหญ่ที่ขนานไปกับความทอดยาวของถนนรัชดาภิเษกสามารถมองเห็นจากระยะใกล้และเดินข้ามมาได้จากศูนย์การ ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในความทรงจำของใครหลายคน อาจ นึกย้อนไปถึงการแสดงกลางน้ำ เรื่อง “พระมหาชนก MAHAJANAKA the Phenomenon Live Show” ซึ่งชาวกรุงต่าง เบียดเสียดมารับชมกันจนเนืองแน่นไปทั้งสวนตอนปี 2557

สวนเบญจกิติแบ่งออกเป็น โซนสำาคัญ คือ พื้นที่เพื่อ สุขภาพ พื้นที่ศิลปะ และพื้นที่ทางวัฒนธรรม จัดแสดง ประติมากรรมหลากหลาย สนามหญ้าหลายระดับรองรับการ มาปิกนิก หรือการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปขนาดน่ารักกะทัดรัดได้ สบายๆ และหากต้องการจัดแสดงละครเวที หรือตั้งวงดนตรี ใหญ่ ทางสวนก็มีลานอัฒจันทร์กลางแจ้งขนาดใหญ่ให้เช่าด้วย เช่นกัน

นอกจากนี้ สวนเบญจกิติยังมีทั้งลู่เดินและลู่จักรยานที่ตอบ โจทย์กลุ่มผู้ใช้บริการที่หลากหลาย ทางเดินบางส่วนสร้างเป็น ทางเดินลอยฟ้า สามารถชมทัศนียภาพมุมสูงทั่วบริเวณของสวน สวนป่า สวนพืชน้ำา เป็นฉากที่เป็นใจต่อการถ่ายงาน อัดคลิป และทำา Vlog พูดคุยสุดๆ แต่ช่วงเย็นคนจะพลุกพล่านเป็นพิเศษ เพราะเป็นจุดที่เห็นพระอาทิตย์ตกดินงดงาม จึงควรเดินทางไป จับจองแต่เนิ่นๆ

หากมาเยือนสวนแห่งนี้ช่วงปลายสัปดาห์ การมาชิลเอาต์ หรือ family gathering อาจยิ่งพิเศษด้วย ‘ดนตรีในสวน’ ซึ่งมา จัดบรรเลงโดยกรมดุริยางค์ทหารบกเสมอๆ อีกหนึ่งไฮไลต์ของ สวนเบญจกิติ คือ แปลงดอกไม้ใหม่ ที่กำาลังชูช่อออกดอกสวย รับแสงแดดยามเช้า รับลมยามเย็น พร้อมให้คนทุกวัยได้เข้าไป ทักทาย

อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ 9

อุทยานแห่งการน้อมสำนึก และแลนด์มาร์กที่ไม่กล่าวถึง ไม่ได้เลย คือ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือ ‘อุทยานเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9’ สวนสาธารณะ แห่งใหม่ที่กำลังถูกสร้างขึ้น บริเวณราชตฤณมัยสมาคม (สนาม ม้านางเลิ้ง) ในอดีต นับแต่ปี 2561 บนเนื้อที่กว่า 279 ไร่ จาก พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่ ทรงมีพระราชปณิธานให้ชาวกรุงเทพฯ ได้มีพื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ เป็นปอดกลางกรุง โดยมีกำาหนดการเปิดในช่วง 2 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2567)

ภายในอุทยานฯ จะประกอบด้วยแหล่งศึกษาธรรมชาติที่ จำลองจากป่าขนาดใหญ่ ด้วยการลงไม้ใหญ่กว่า 4,500 ต้น ทำาการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง พืชกรองฝุ่น พืช บำาบัดน้ำ สร้างน้ำตก พร้อมสระน้ำขุดเป็นเลข ๙ ทั้งจุดสำคัญ คือ ด้านประตูถนนศรีอยุธยา ได้จัดเป็นบริเวณประดิษฐาน พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อเป็นสถาน สักการะ และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันมิมีประมาณ ของ ‘พระผู้สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์’

มีคำากล่าวหนึ่งที่ว่า “มนุษย์ผู้มีหัวใจอ่อนโยน ย่อมมีสำานึก รักธรรมชาติ และหวงแหนสมดุลของสรรพชีวิตโดยถ้วนทุกคน” จากที่เที่ยวสีเขียวที่เรานำามาฝาก เชื่อว่าใครมีโอกาสปักหมุดตาม ไปเช็กอิน คุณคงกลับมารักสีเขียวและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมขึ้น อีกมากอย่างไม่รู้ตัว

*รูปภาพจาก https://j2.rtarf.mi.th/wordpress/อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ/ *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า