Skip to content Skip to footer

ทูร์เคีย

มหัศจรรย์ดินแดนสองทวีป

จากเสน่ห์อิสตันบูลสู่มนต์ขลังคัปปาโดเกีย

ใครที่ชอบเที่ยวแบบได้ทั้งรูปสวยจากธรรมชาติ เดินดูเมืองเก่า และย่านเดินเล่นสุดชิกสไตล์ยุโรปแถมยังประหยัดงบและไม่ต้องขอวีซ่า ขอแนะนำให้ลองไป‘ทูร์เคีย’ สักครั้ง

อิสตันบูล มหานครที่ประวัติศาสตร์มีลมหายใจ

เราเริ่มต้นการเดินทางที่ อิสตันบูล (Istanbul) เมืองที่ ไม่ได้เป็นแค่ทางผ่าน แต่เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อยู่ใน ทุกตารางนิ้ว ย่านแรกที่เราปักหมุดคือ ย่านสุลต่านอาห์เมต (Sultanahmet) ที่เป็นแหล่งรวมแลนด์มาร์กระดับโลก ที่แรก ที่ไปคือ ฮิปโปโดรม (Hippodrome) เมื่อก่อนที่นี่คือสนาม แข่งรถม้าที่ใหญ่ที่สุดในยุคไบแซนไทน์ แม้ตอนนี้จะเหลือแค่ เสาโอเบลิสก์และเสางูสำ ริดให้เห็น แต่พอไปยืนอยู่ตรงนั้น จริงๆ ก็พอนึกภาพความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมันตะวัน ออกในสมัยก่อนได้ไม่ยากเลย

จากนั้นเดินต่อไปที่ ฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sophia)แลนด์มาร์กที่ต้องไปเห็นด้วยตาสักครั้ง พอเดินเข้าไปข้างในถึงกับตื่นตะลึงมาก ที่นี่มีสถาปัตยกรรมเชิงประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 1,500 ปี จากเดิมเป็นมหาวิหารคริสต์ ในยุคจักรวรรดิไบแซนไทน์ เปลี่ยนเป็นมัสยิดหลังการพิชิตของออตโตมัน เป็นพิพิธภัณฑ์ในช่วงสาธารณรัฐตุรกี และกลับมาเป็นมัสยิดอีกครั้งในปัจจุบันโดยเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนา ศิลปะ และการเมือง เพราะเราจะได้เห็นทั้งภาพโมเสกของพระเยซูอยู่ใกล้ๆ กับแผ่นป้ายอักษรอาหรับขนาดใหญ่ เป็นการหลอมรวมศิลปะทางศาสนาคริสต์และอิสลามไว้ในที่เดียวกันได้อย่างน่าทึ่งและลงตัวที่สุด

ฝั่งตรงข้ามคือ Blue Mosque สัญลักษณ์ของเมืองที่สวยสะดุดตาด้วยกระเบื้องอิซนิกสีฟ้าลวดลายวิจิตรนับหมื่นแผ่น ยิ่งตอนแสงแดดสาดส่องเข้ามา ยิ่งทำให้บรรยากาศข้างในดูนวลตาและสงบอย่างบอกไม่ถูก เป็นอีกจุดที่สวยจนสะกดสายตาจริงๆ และยังคงเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมได้ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎการเยี่ยมชมอย่างเคร่งครัด สำหรับใครที่อยากได้รูปภาพมุมสูงแบบพาโนรามาอย่างในโปสต์การ์ดที่ได้เห็นกันแนะนำให้ขึ้นไปที่ดาดฟ้าของ โรงแรมเซเว่นฮิลส์ (SevenHills) วิวตรงนี้ถือเป็น Signature เลยก็ว่าได้ เพราะจะเห็นมัสยิดทั้งสองตั้งอยู่ โดยมีช่องแคบบอสฟอรัสเป็นฉากหลังเป็นจุดที่เหมาะกับการนั่งจิบชาทูร์เคีย (Çay) ร้อนๆ พร้อมดื่มด่ำ กับลมเย็นๆ ก่อนจะไปปิดท้ายวันด้วยการล่องเรือที่ช่องแคบบอสฟอรัส ชมพระราชวังโดลมาบาเช และบ้านพักหรูหราสไตล์ “Yalı” ริมน้ำที่ทอดยาวไปตามชายฝั่งทั้งสองทวีป

ย้อนรอยอารยธรรมโรมันและมหัศจรรย์ปราสาทปุยฝ้าย

จากอิสตันบูล เราเดินทางลงใต้มาที่ชานัคคาเล(Canakkale) เพื่อเยือนเมืองท่าที่เป็นต้นกำเนิดของตำนานม้าไม้เมืองทรอยที่หลายคนคุ้นชื่อกันดี ที่นี่ชวนให้ทึ่ง ไม่ว่าจะเป็น หอสมุดเซลซุส (Library of Celsus) ที่ยังรักษาความสวยงามของงานแกะสลักหินบนตัวอาคารไว้ได้สมบูรณ์ และอีกจุดที่ห้ามพลาดคือ โรงละครยักษ์ (The Great Theatre)ที่กว้างจนจุคนได้กว่า 25,000 คน เคยใช้เป็นสถานที่แสดงละคร การเมือง ศาสนา การต่อสู้กลาดิเอเตอร์ และคอนเสิร์ตสมัยโรมัน ระหว่างเดินชมที่ต่างๆ เราแวะเติมพลังด้วยDöner Kebab แบบต้นตำ รับ เนื้อย่างฝานเป็นแผ่นบางเสิร์ฟมาคู่ผักสดในขนมปัง ถือว่ารสชาติดีเลยแหละ ก่อนออกเดินทางต่อไปยังที่ต่อไป

มาต่อกันที่ ปามุคคาเล (Pamukkale) หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่าปราสาทปุยฝ้าย ภูเขาสีขาวโพลนราวกับหิมะที่เกิดจากตะกอนหินปูนทับถมกันมานานหลายพันปี ความฟินของการมาที่นี่คือ การถอดรองเท้าแล้วเดินเท้าเปล่าย่ำ ไปบนหินปูนสีขาวที่มีน้ำแร่สีฟ้าเทอร์คอยส์อุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส เป็นน้ำแร่ที่ในสมัยโรมันเชื่อว่าช่วยในการรักษาโรคได้ จนที่นี่เคยเป็นเมืองตากอากาศในยุคโบราณที่ตั้งอยู่บนยอดเขา และได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน



ดูเนื้อหาทั้งหมดโดยการสมัครสมาชิก หรือซื้อที่ Shopee