
โลกหมุนไป มุมมองและค่านิยมก็เปลี่ยนไปด้วย แม้แต่นิยามของคำว่า “พักร้อน” ใครจะไปคิดว่านิยาม ‘หยุดพักร้อน’ คือ การนอน นอน และนอน หาใช่การออกเดินทางรับเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ชาร์จพลังกาย และพลังความคิดสร้างสรรค์เหมือนที่เคย โดยผลการสำรวจล่าสุดของ Amerisleep.com พบว่า หนุ่มสาวอเมริกันวัยทำงานถึง 37% จากทั้งหมด 1,200 คนใช้วันลาพักร้อน ไปกับการนอนพักผ่อนอยู่บ้าน หรือนอนชดเชยเพื่อพักฟื้นร่างกาย เหตุผลหลักๆ คือความเหนื่อยล้าสะสม อันนำไปสู่อาการหมดไฟ (burnout) ที่พบมากขึ้นในช่วงเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มที่พักร้อนโดยการนอนมากที่สุดคือเจนเอ๊กซ์ (34%) ตามด้วยเจนซี (33%) และเบบี้บูมเมอร์ (20%) ยิ่ง เมื่อภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง ค่าครองชีพสูงขึ้น การอยู่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล อเมริกาเป็นประเทศที่คนใช้ วันพักร้อนน้อยที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ลองคิดดูว่าสถานการณ์ในประเทศที่วัฒนธรรมการทำงานหนักกว่าจะเป็นอย่างไร
ผลการสำรวจของ Booking.com ในปี ค.ศ. 2023 พบ ว่า ผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลกว่า 53% มักให้ความสนใจ แพ็คเกจท่องเที่ยวที่เน้นการผ่อนคลาย นอนกลิ้งไปกลิ้งมา ในรีสอร์ตมากกว่าทริปที่กิจกรรมแน่น ซึ่งในบางประเทศ นักท่องเที่ยวจำนวนมากถึงกับตอบว่า เป้าหมายการลาพักร้อนของพวกเขา คือ เก็บแต้มนอนให้มากที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับรายงานปัญหาอาการหมดไฟที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลกในคนเจนเอ็กซ์ ไปจนถึงเจนซี ตั้งแต่ประมาณ 5 ปีที่แล้ว จนทำให้เกิดเทร็นด์ Staycation กับ Sleepcation แทน ในแง่ของเม็ดเงิน Sleep Tourism มีมูลค่าสูงถึง 690 แสนล้านเหรียญแล้วในปัจจุบัน เพราะหลายคนยอมจ่ายแพงๆ ย้ายที่นอนเพื่อหนีการตามตัวจากที่ทำงานกันเลยทีเดียว
—
ดูเนื้อหาทั้งหมดโดยการสมัครสมาชิก หรือซื้อที่ Shopee
