
ชีวิตที่เรียบง่าย
แต่ไม่ธรรมดา
ของ ไชยเดช มณีศรี
เจ้าหน้าที่ตัวแทนวิริยะประกันภัย ภูเก็ต
ชีวิตที่ดีและน่าอิจฉาในสายตาของคุณเป็นแบบไหน คือการพาตัวเองท่องโลกกว้าง เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุด หรือลองทำอะไรที่ท้าทายเสี่ยงตายให้มากที่สุดหรือการไปให้สุดในสิ่งที่ทำ แต่สำหรับใครหลายคน การมีชีวิตเรียบง่าย กินได้ นอนหลับ สุขภาพแข็งแรงไม่เจ็บไม่ป่วย คือชีวิตที่ดีที่สุดแล้ว เพราะในความเรียบง่ายและสงบสุขนั้น จะสามารถเอาเวลาที่เหลือจากการทำหน้าที่ต่างๆ ตอบแทนสังคมและผู้มีพระคุณได้เต็มที่ คุณไชยเดช มณีศรี เจ้าหน้าที่ตัวแทนวิริยะประกันภัย ภูเก็ต คือคนที่เชื่อเช่นนั้น
มองจากภายนอก คุณไชยเดช คือชายหนุ่มที่เงียบขรึมด้วยความที่เป็นคนยิ้มง่าย สุภาพเรียบร้อย ทำให้ “พี่ยุทธ”ของน้องๆ เป็นที่รักของคนรอบข้างเสมอ แต่เบื้องหลังชีวิตที่ดูเหมือนไม่เร่งรีบ กลับเต็มไปด้วยภารกิจด้านอาสาเพื่อสังคมและศาสนา ที่คุณไชยเดชบอกเราว่า แม้ว่าจะยุ่งจนบางครั้งแทบไม่มีเวลาหายใจ เขากลับมีความสุขอย่างที่สุดเพราะตระหนักว่า เป็นความโชคดีอย่างที่สุด ที่ชีวิตนี้มีโอกาสในการเป็นผู้ให้เสมอมา
พื้นเพเป็นคนภูเก็ตหรือเปล่าคะ
ใช่ครับ พ่อแม่เป็นคนภูเก็ตแท้ๆ เลย พื้นฐานคือที่บ้านเป็นชาวพุทธทั้ง 2 คน ชีวิตในวัยเด็กจะมีผู้ใหญ่พาไปวัดทำบุญทุกวันพระ ที่บ้านจะมีการคุยกันว่า พรุ่งนี้วันพระ ทำกับข้าวอะไรไปถวายพระกันดี การที่โตมาแบบนี้ทำให้ได้ซึมซับเรื่องการทำบุญเรื่องธรรมะ ผมเป็นลูกคนสุดท้องจากลูกทั้งหมด 5 คน พวกเราทุกคนก็จะไปวัดด้วยกันตลอด
การเติบโตในครอบครัวที่ใกล้ชิดอบอุ่นและมีธรรมะตั้งแต่เด็กมีอิทธิพลตอนโตมากน้อยขนาดไหนคะ
ผมว่ามีส่วนช่วยอย่างมาก ครอบครัวผมเนี่ยเป็นครอบครัวที่ดูแลกันมาตั้งแต่เด็ก โตมาแล้วก็ไม่ทอดทิ้งกัน มีงานไหน มีเรื่องอะไรที่ช่วยเหลือกันได้ ทุกคนก็จะช่วยเหลือสนับสนุนเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องงานบุญ งานเพื่อสังคม เราจะทำ กันอย่างเต็มที่ และจะไม่ทิ้งกัน
สิ่งที่ซึมซับและได้รับอิทธิพลมากที่สุดจากคุณพ่อคุณแม่
คำว่าบุญ มันซึมซับอยู่ในสายเลือดไปเลย คุณพ่อผมเป็นคนไทยพุทธแท้ ส่วนคุณแม่เป็นคนจีน อาม่าอากงมาจากเมืองจีนเลย เราก็จะมีคติธรรมติดตัวตั้งแต่เด็ก คือความกตัญญูเป็นหลักที่ผมทำงานอาสาให้ศาสนาเพราะความกตัญญูที่มีต่อครูบาอาจารย์เนี่ยแหละ
นอกจากทำบุญสวดมนต์แล้ว ได้เริ่มฝึกปฏิบัติธรรมด้วยเลยหรือไม่
ในเรื่องการปฏิบัติธรรมเนี่ย ตัวผมเองเป็นคนชอบทำบุญแล้วก็ไหว้พระสวดมนต์อยู่แล้ว รวมถึงการนั่งสมาธิ ซึ่งคุณแม่จับผมนั่งตั้งแต่เด็กๆ พี่น้องทั้งหมดมีผมคนเดียวเพราะเป็นลูกคนสุดท้องและอายุห่างจากพี่คนที่สี่ถึง 6 ปี ทำให้ใช้เวลาอยู่กับคุณแม่เยอะ เมื่อก่อนนี้ผมได้รู้จักพ่อแม่ครูบาอาจารย์หลายท่าน ท่านก็สอนให้ท่อง “พุทโธ” มั่ง ให้เดินจงกรมมั่ง ฝึกจนการนั่งภาวนานานๆ สร้างฐานด้านสมาธิให้ผมสามารถนั่งได้ 2-3 ชั่วโมง แม้แต่นั่งเป็นวันก็ทำได้ อย่าลืมว่าสมัยก่อนไม่มีทีวีไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีอะไรเลย ผมเคยไปฝึกนั่งปฏิบัติที่วัด สภาพแวดล้อมคือวัดป่าของจริง ไม่ได้สะดวกสบายอะไรเลย
ช่วงที่เติบโตมามีคำถามหรือไม่ว่าสิ่งที่ผู้ใหญ่สอนเราให้ปฏิบัตินั้นทำไปเพื่ออะไร ดีอย่างไรหรือไม่คะ
ถ้าเป็นเรื่องบาปบุญคุณโทษ สำหรับตัวผมนะ ผมมีคาตอบ ํในใจอยู่แล้วว่า นรกสวรรค์มีจริง บาปบุญมีจริงนะครับ ส่วนหนึ่งเพราะผมเชื่อที่ครูบาอาจารย์สอนมา แต่การที่เราเกิดมาจนถึงอายุ 54 ปี ณ ตอนนี้ ก็ได้เห็นโลกใบนี้มาครึ่งชีวิตเช่นกันเห็นชีวิตคนหลากหลาย แต่ละคนมีความทุกข์ และได้ตั้งคำถามว่ามันทุกข์เพราะอะไร และทำไมความทุกข์ของแต่ละคนถึงต่างกันไป แต่ที่รู้แน่ๆ คือ เราไม่ใช่คนเดียวที่มีความทุกข์ คนอื่นๆ ก็ทุกข์เหมือนกัน สิ่งหนึ่งที่ผมพยายามให้คนอื่นตลอดคือ พาเขามาปฏิบัติธรรม มีทั้งเพื่อนฝูง คนรู้จัก ลูกค้าประกันภัย หลายคนพอออกจากคอร์สแล้วโทรมาหาผม ร้องไห้ บางคนก็มาหาที่บริษัทเพื่อคุยกัน
สิ่งที่ผมให้คือ ให้เขามองทุกสิ่งเป็นสัจธรรม พื้นฐานของแต่ละครอบครัวแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่สัจธรรมของโลกเหมือนกัน ตรงนี้ผมภูมิใจนะที่เราเป็นผู้รับมาก่อน แล้วกลับมาเป็นผู้ให้
—
ดูเนื้อหาทั้งหมดโดยการสมัครสมาชิก หรือซื้อที่ Shopee
