
“ดอกสายลม” ต่างหูลายดอกไม้ดีไซน์เก๋แปลกตา เครื่องประดับชิ้นสวยจากไม้ไผ่ธรรมชาติที่ใครจะรู้ว่าแรงบันดาลใจการออกแบบนั้นต่อยอดมาจาก ‘โคมล้านนา’ ที่เราเห็นกันชินตาหากได้ไปเยือนแถบภาคเหนือ และนี่เป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวของ GHOM LANNA และ Art Mode ในฉบับนี้






กว่าจะมาเป็นเครื่องประดับหลากหลายดีไซน์ ทั้งต่างหูสร้อย กำไล แหวน ไปจนถึงปิ่นปักผม แรกเริ่มมาจากวิทยานิพนธ์เล่มจบของ คุณป่าน-วีรศิษฏ์ ภู่สุวรรณ์ ผู้ก่อตั้งGHOM LANNA (โกมล้านนา) ที่ในขณะนั้นเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะสถาปัตยกรรม สาขาศิลปอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งเลือกหยิบเอาแนวคิดการทำโคมล้านนาของจังหวัดลำปางบ้านเกิดของตนเองมาศึกษาเรียนรู้เพื่อพัฒนาต่อยอดงานออกแบบ
ขึ้นขันครู l ขอเรียนวิชา
ไม่ว่าจะเป็นความรู้วิชาการหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น ทุกวิชาล้วนมีครูอาจารย์สอน คุณป่านเรียนรู้การทำโคมล้านนาดั้งเดิมจากพ่อครูมณฑล ปินตาสี ปราชญ์โคมล้านนาของจังหวัดลำปางคุณป่านเล่าว่าตามประเพณีของภาคเหนือที่หากอยากเรียนรู้วิชาชีพอย่างจริงจัง จะต้องมีการขึ้นขันครู คือการแสดงความเคารพนอบน้อมต่อครูผู้ถ่ายทอดวิชาและฝากตัวเป็นศิษย์
“เราต้องแบ่งน้ำไว้อีกแก้ว แล้วเติมน้ำในแก้วเปล่าใบใหม่ตอนนั้นเรารื้อตัวตน ถล่มอีโก้ออกเลย เราไม่ใช่นักออกแบบแล้ว เราเป็นช่าง” คุณป่านอธิบายถึงความรู้ด้านการออกแบบทั้งหมดที่เคยได้เรียนมาเปรียบเหมือนน้ำหนึ่งแก้วที่วางเอาไว้ข้างๆ ก่อน แล้วทำตัวเป็นแก้วเปล่าอีกหนึ่งใบเพื่อรอรับความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่กำลังจะได้ร่ำเรียน
พ่อครูมณฑลเริ่มสอนไปพร้อมๆ กับทดสอบหน่วยก้าน ความอดทน และความตั้งใจจริงของลูกศิษย์คนนี้สัปดาห์แรกเรียนเกี่ยวกับไม้ไผ่ ตั้งแต่การเลือกไม้ ตัดเป็นกระบอก แบกไม้เอง เรียนผ่าไม้ ไปจนถึงเหลาไม้ให้ออกมาเป็นเส้นที่ใช้งานได้ ทำแล้วทำอีก “มีดบาด เสี้ยนตำก็สู้” คุณป่านกล่าว เป็นช่วงเวลาของการลองผิดลองถูก ทำซ้ำๆ ทุกวันจนในที่สุดก็เรียนรู้ธรรมชาติของไม้ หากเป็นไม้ไผ่ดิบหรือไม้หนุ่มจะเหลาง่าย ถ้าไม้แก่จะเหลายาก เมื่อรู้เทคนิคการเหลาจนเริ่มคล่องและชินมือกว่าหนึ่งสัปดาห์จึงได้เรียนการขึ้นโครงไม้ไผ่แบบต่างๆ เพื่อประกอบเป็นโคม
โคมหูแมว หรือโคมรังมดส้ม เป็นโคมพื้นฐานแบบแรกที่พ่อครูสอน ซึ่งเป็นโคมที่พบเห็นได้มากที่สุดและนิยมใช้ประดับกันทั่วไปตามงานบุญและสถานที่ต่างๆ ตัวโครงทำจากไม้ไผ่ประกอบกันเป็นทรง 8 เหลี่ยม ติดด้วยกระดาษสาและกระดาษลาย โดยลวดลายนั้นเกิดจากการตัดกระดาษที่พับกันเป็นทบๆ ใช้กรรไกรหรือสิ่วตอกลายตามแบบที่ร่างไว้ เมื่อกางแผ่นกระดาษออกมาจะได้ลวดลายล้านนาที่มีความสมมาตร งดงามอ่อนช้อย มีแพตเทิร์นเป็นเอกลักษณ์ หรือเป็นลายรูปสัตว์ต่างๆ การตัดลายหรือตอกลายนี้นับเป็นอีกหนึ่งศาสตร์ของงานช่างที่ต้องอาศัยทั้งความชำนาญ สมาธิ และความอดทนอย่างมาก ช่างในภาษาเหนือเรียกว่า ‘สล่า’ ช่างที่ชำ นาญการตัดลายจึงเรียกกันว่า ‘สล่าลาย’
“พ่อครูสามารถตัดลายแบบไม่ต้องร่างเส้นได้เลย มีอยู่ 120 กว่าลายในหัว” คุณป่านเล่าถึงความชำนาญการตัดลายของพ่อครูมณฑล

โคมล้านนาสู่ GHOM LANNA
เป็นเวลาหลายเดือนในการฝึกฝนเรียนรู้การทำโคมล้านนามากกว่า 10 แบบ คุณป่านค่อยๆ ซึมซับแนวคิด วิธีการ และเทคนิคจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี ก่อนจะนำสิ่งที่เรียนรู้มาประยุกต์เป็นโคมล้านนาร่วมสมัย 3 แบบพร้อมๆ กับวิทยานิพนธ์ที่เสร็จสมบูรณ์
“เราอยากต่อลมหายใจให้กับงานศิลป์ของจังหวัดลำปางและในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้งานศิลป์ขายได้ด้วย”
ด้วยความตั้งใจสานต่อหัตถศิลป์พื้นถิ่น เขาตกตะกอนวิชาความรู้ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์นำ มาผสานกับทักษะงานช่างที่ได้ฝึกฝน เกิดเป็นไอเดียสร้างสรรค์เครื่องประดับชิ้นเล็กที่เลือกใช้ไม้ไผ่ วัสดุหลักของโครงสร้างโคมล้านนา มาพัฒนาเป็นงานออกแบบร่วมสมัยที่สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ถูกใจผู้ชื่นชอบงานคราฟต์ดีไซน์เก๋ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ผลงานชิ้นแรกคือ ‘ดอกสายลม’ ต่างหูที่ถอดแบบจากโคมสายลม หนึ่งในโคมล้านนาร่วมสมัยที่คุณป่านได้แรงบันดาลใจมาจากโคมล้านนา 3 แบบ คือโคมดาว โคมแปดเหลี่ยมและโคมเพชรดอกบัว จากจุดเริ่มต้นนี้ คอลเลกชันอื่นๆ เกิดขึ้นตามมา ทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมือ กำไล แหวน ไปจนถึงปิ่นปักผมทุกชิ้นใช้วัสดุธรรมชาติอย่างไม้ไผ่หรือหินแก้ว ของดีจากจังหวัดลำปาง รวมถึงพัฒนาภูมิปัญญาการรักษาเนื้อไม้ให้เครื่องประดับแข็งแรงและคงทน
นอกจากเครื่องประดับแล้ว ยังต่อยอดงานดีไซน์สู่โคมล้านนาร่วมสมัยที่ออกแบบสำหรับโรงแรมและรีสอร์ตโดยเฉพาะและจัดเวิร์กช็อปแบ่งปันความรู้ให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจ เปิดพื้นที่ให้งานคราฟต์พื้นถิ่นเติบโตอย่างสร้างสรรค์และสร้างอาชีพให้ช่างศิลปินได้อย่างยั่งยืน
—
ดูเนื้อหาทั้งหมดโดยการสมัครสมาชิก หรือซื้อที่ Shopee
