Skip to content Skip to footer

ป้อนชีวิตให้เฉียบคม

ช่วงเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสได้ไปดื่มกาแฟตอนเช้า คุยเรื่องการงานการเงินกับผู้ใหญ่แวดวงการทำงาน ที่ชอบรถยุโรปยุค 90 หลงรักในความสง่างามของวัสดุ ความ Over Engineering ของการประกอบรถยนต์ในยุคนั้น รถซีดานคันใหญ่ ใช้น้ำมันเบนซิน สตาร์ตมีเสียงเครื่องยนต์คำรามเบาๆ กระจกสีเขียวแบบที่กันร้อนและไม่ต้องติดฟิล์ม รวมถึงการจัดฟิตเมนต์ตัวรถที่ลงตัวพอดี แต่เรื่องที่คุย คือ คุยว่าเขาใช้ AI มาช่วยในการทำงานในขอบเขตของการลงทุนได้มากขนาดไหน และเอาเวลาที่เหลือไปจัดการเรื่องอะไร เป็นผู้ใหญ่ที่มีเสน่ห์มาก แบบที่คนที่พูดถึงเขาให้นิยามว่า “He’s not old, He’s classic.”

ในยุคที่ AI หรือ Artificial Intelligence พร้อมจะเป็นเลขาฯ ส่วนตัวที่ฉลาดที่สุดในโลก ก็น่าแปลกใจที่หลายคนใช้มันได้ไม่คุ้มเอาเสียเลย หลายคนป้อนคำสั่งแบบลวกๆ แล้วพอได้คำตอบ ที่จืดชืดด้วยภาษาของ AI ก็สรุปเอาไปใช้ดื้อๆ แล้วก็เชื่อมันทั้งหมด รวมถึง Copy and Paste ทั้งใช้ทั้งแชร์กัน ให้เราอ่านบทความจากชิปประมวลผลกันเต็มโลกออนไลน์ โดยอาจจะไม่ได้ไตร่ตรองหรือนำ “รสนิยม” ประยุกต์ใช้เข้าไปเลย (แล้วก็ทำให้คนอ่านขาดรสนิยมในการอ่านต่อไปอีกเป็นทอดๆ)

“เอาขยะเข้าไป สิ่งที่ออกมาก็คือขยะ” (Garbage In, Garbage Out) กฎเหล็กนี้ยังคงเป็นความจริงเสมอ ในความเห็นของผม การจะใช้ AI ให้เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง คุณต้องสวมบทบาทเป็น “Curator” หรือผู้คัดสรรที่พิถีพิถันครับ เหมือนเวลาคุณเลือกร้านเทเลอร์ดีๆ เพื่อสั่งตัดสูทสักชุด หรือการเลือกเทรนเนอร์ที่ยิมที่เข้าใจสรีระคุณจริงๆ เพื่อจะออกแบบรูปแบบ ร่างกายที่ต้องการได้ แม้ AI จะประมวลรูปแบบ หรือรังสรรค์แพตเทิร์นใดๆ ได้ แต่มันไม่มีทางรู้หรอกว่า ความรู้สึกของการสวมสูทที่ทิ้งตัวสวยกำลังดีในจังหวะที่คุณเดินเข้าห้องประชุมเพื่อปิดดีลใหญ่ มันมอบความมั่นใจที่ต่างจากสูทสำเร็จรูปแค่ไหน เพราะมันเป็นเรื่องปัจเจกมากกว่าการให้มันไปประมวลผลจากความรู้ในโลกออนไลน์

ลองนึกภาพตามนะครับ แทนที่จะถาม AI กว้างๆ ว่า “ออกกำลังกายยังไงให้เฟิร์ม” ทำไมไม่ลองป้อนข้อมูลเชิงลึก บอกมันว่าวันนี้ตารางคุณแน่นแค่ไหน มีอาการล้าตรงไหนจากเมื่อวาน หรือแม้แต่ต้อง “กำหนด” เป้าหมายว่าคุณอยากจะวางแผนทำอะไร ด้วยข้อกำหนดและข้อจำกัดอะไรบ้าง



ดูเนื้อหาทั้งหมดโดยการสมัครสมาชิก หรือซื้อที่ Shopee