Skip to content Skip to footer

เพื่อนที่รู้ใจ แห่งโลกอนาคต

จะว่าไปแล้ว เทคโนโลยีรถยนต์ที่ออกมาแจ้งเกิดกันในปี ค.ศ. 2022 นั้นมีเยอะเลยนะครับ ทั้งที่เกิดขึ้นจริงแล้ว ที่กำลังจะมา หรือที่ไม่ง่ายนักที่จะเกิดขึ้น แต่ขอมีพื้นที่ให้โชว์ออฟกันไว้ก่อน วันนี้ผมจะมาชวนคุยถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ เผื่อคุณผู้อ่านจะได้ มาโชว์ออฟกับผมได้ว่า เทคโนโลยีไหนที่โดนใจคุณผู้อ่านที่สุด

ปลอดภัยสุดๆ

พูดถึงเทคโนโลยีรถยนต์ ส่วนใหญ่ไม่พ้นเรื่องความ ปลอดภัย หรือ Active Safety Technology เพราะเป็น พื้นฐานความต้องการของผู้โดยสารอยู่แล้ว ในปีนี้ที่เราเห็น เราได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ก็คือ Adaptive Cruise Control สามารถปรับความช้า-เร็วตามรถคันหน้าได้ โดยที่ผู้ขับสามารถ เซตระยะห่างที่ต้องการจะให้รถของเราห่างจากรถคันหน้าได้ ด้วย Brake Assistance ระบบเบรกอัตโนมัติทั้งด้านหน้า และด้านหลัง, Blind Spot Alert ไม่พลาดทุกจุดอับสายตา, Cross-Traffic Alert เตือนเมื่อมีผู้ข้ามถนน, Lane Keeper ให้รถของเราอยู่ในเลนเสมอ ถ้าเราเผลอเปลี่ยนเลนแบบไม่ ปัดก้านไฟขอทางละก็ รถของเราก็จะส่งอาการพวงมาลัย สั่นสะเทือน เหมือนพยายามจะขัดขืนเป็นเชิงตักเตือนว่า ผู้ขับแน่ใจแล้วหรือที่จะเปลี่ยนเลน

ความบันเทิงเหนือจินตนาการ

ถ้ารถของเราสามารถเชื่อมต่อระบบครอบจักรวาลแบบ Google ได้ มีหรือที่ความบันเทิงจะมีข้อจำกัด! รถของคุณ กำลังจะแปรสภาพไปเป็นโรงภาพยนตร์สุดพรีเมียมได้ในบัดดล ด้วยระบบ TV Streaming และ YouTube เพียงปลายนิ้ว หรือเสียงสั่งการ บางค่ายรถยนต์มีการพัฒนาจอเป็นระดับ 8K จอมอนิเตอร์ที่มีขนาดกว่า 30 นิ้ว ระบบเสียงเซอร์ราวด์ เบาะ ที่นั่งพร้อมระบบนวดปรับอุณหภูมิ เอนนอนได้อีก โอ้โห! แทบ ไม่อยากจะเข้าบ้านเลยครับ

หากคุณเป็นนักธุรกิจที่มีเวลาเป็นทองด้วยแล้ว เทคโนโลยี ล่าสุดจะทำให้คุณใช้ชีวิตในรถได้เลย เพราะบางค่ายเทคโนโลยี นั้นได้พัฒนา “The world’s first social media-oriented car” ให้รถของคุณกลายเป็น Work Station ที่สามารถใช้ Zoom Call ได้ตลอด เซฟวิดีโอและอัปโหลดบน Cloud ได้ด้วย หรือถ้าคุณเครียดก็สามารถพักเล่นเกมได้อีก สุดจริงๆ

เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว

เทคโนโลยีสมัยนี้ถูกพัฒนาออกมาเหมือนจะมีความพยายาม ทำให้รถยนต์กลายเป็นเลขาฯ หรือ Butler ของผู้ขับเข้าไปทุกที เช่น เตือนให้รู้ว่าถึงเวลาเอารถเข้าเช็กระยะแล้วนะ ช่วยเลือก ให้ว่าไปที่ไหนดี พร้อมติดต่อศูนย์เพื่อให้เราทำนัดหมายได้อีก ไม่เพียงเท่านั้น เซนเซอร์ที่คอยจับจ้องการขับขี่ของเราในทุกฝีคัน เร่ง ถ้ารถรู้สึกว่าเราเริ่มมีอาการหัวโยกหัวคลอน เริ่มจะขับเป๋ นิดๆ หรือขับติดต่อกันมานานแล้วสัก 2 ชั่วโมง รถก็จะเริ่มปลุก เราด้วยอาการสั่นสะเทือนของพวงมาลัยอีกครั้ง พร้อมกราฟิกรูป แก้วกาแฟขึ้นมาบนหน้าปัดให้รู้ว่า ถึงเวลาที่ควรจะพักได้แล้วนะ

ไม่เพียงแต่การเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนด้วยเทคโนโลยี เช่น Car Play บางค่ายรถยนต์ร่วมพัฒนาระบบกับค่ายเทคโนโลยี ยักษ์ใหญ่อย่าง Google สามารถเชื่อมต่อรถของเรากับระบบ Google Home ที่สามารถสั่งการด้วยเสียงไปยังเครื่องใช้ต่างๆ ที่เชื่อมต่อกับ Google Home Ecosystem ได้ จะสั่งให้ รถสตาร์ตหรือดับ ปรับอุณหภูมิ เช็กสถานะแบตเตอรีก็ทำาได้ และถ้าการพกกุญแจรถเป็นเรื่องใหญ่สำาหรับคุณละก็ บางค่าย ก็มี Digital Car Key ที่คุณสามารถเปิด-ปิด หรือสตาร์ต รถยนต์ของคุณด้วยสมาร์ตโฟน เป็น Feature พื้นฐานไปแล้ว สำาหรับรถยนต์ที่เปิดตัวในปีน

ในเรื่องของรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติ หรือ Self-Driving Car หรือ Autonomous Vehicle ซึ่งฟังดูจะเป็นภาพฝันมากกว่า ภาพความจริง เรื่องนี้ก็ไม่ได้เกินจริงนัก ถ้าเรามองแค่ความ สามารถพื้นฐานของรถยนต์ที่สามารถแล่นและหยุดได้โดย อัตโนมัติ มีเซนเซอร์ที่คอยจับความเคลื่อนไหว กล้องที่มอง เห็นสภาวะของพื้นที่ที่ขับขี่ได้ 360 องศา แม้แต่ Top View และการเชื่อมต่อเครือข่ายที่เร็วขึ้นทุกวัน แต่ถ้าเราพิจารณา จากสภาพภูมิประเทศที่ถนนไม่ได้เรียบเนียน เซนเซอร์ที่ว่าคมยัง ต้องแพ้พื้นถนนที่ไม่มีเส้นแบ่งเลนชัดเจน ระบบประมวลผลของ Pilot อาจไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าควรจะเคลื่อนรถของคุณไปทาง ไหนดี ก็จะกลายเป็นอันตรายมากกว่าสะดวกสบายแน่นอน อีกทั้ง ต้นทุนไม่คุ้มค่ากับจำานวนรถยนต์ที่จะขายได้จริง

เป็นยังไงกันบ้างครับ สำาหรับรีวิวเทคโนโลยีของปี 2022 ถูกใจอันไหนบ้าง เชื่อเลยครับ ในปีต่อๆ ไปเราจะได้เห็นโลก ยานยนต์แห่งความฝันที่กลายเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า