
ไม่เร็วสุด ไม่หวือหวา แต่ยังมีตัวตน
ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของ Mazda ที่ตัดสินใจเข้า EV Segment อย่างเต็มตัว ซึ่งแสดงถึงการโอบรับเทคโนโลยี การยอมรับความจริงของเทร็นด์ตลาด และความจริงที่ว่า Collaboration คือ ทางรอดสำหรับผู้เขียน นี่คือการตัดสินใจที่ท้าทายอาจจะฝืนใจหน่อย (หรือไม่) แต่การได้ไปต่อในยุคที่อะไรก็เร็วอะไรก็ยาก บางทีก็ต้องปรับตัวปรับความรู้สึกกันบ้าง โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ตามใครเท่าไหร่ และแฟนเหนียวแน่นเหลือเกิน
ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ส่วนหนึ่งก็อยู่ตรงนี้แหละ “แฟนคลับจะรับได้ไหม” บอกตามตรงว่า แฟนคลับที่นั่งเขียนอยู่ตรงนี้ก็มีเฮือก แต่ก็ “เข้าใจและยอมรับ” กับ Mazda 6e
Kodo design และจิตวิญญาณของช่วงล่างจะยังอยู่ไหมหนอ แน่นอนว่านี่คือสิ่งแรกๆ ที่จะถาม แต่เห็นถึงความพยายามของแบรนด์จริงๆ ที่แม้จะใช้แพลตฟอร์ม EPA1 ของพันธมิตรจีนอย่างค่าย Changan แต่ก็พยายามเหลือเกินที่จะเก็บปรัชญา Kodo: Soul of Motion ที่เน้นความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยพลัง เส้นสายแบบสปอร์ตซีดานท้ายลาด (Fastback)ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องอากาศพลศาสตร์ แต่ยังสร้างมิติแสงและเงาที่นุ่มนวล ซึ่งหาได้ยากในรถยนต์ฝั่งจีน ที่มักเน้นความหวือหวาเกินพอดี กระจังหน้าแบบส่องแสง (Light-up Grille) และไฟท้ายตากลมอันเป็นเอกลักษณ์ คือ ยังมาแม้จะขัดใจพอควรกับเส้นไฟท้ายด้านหลังพาดซ้ายไปขวาแบบที่กำลังนิยมก็ตาม แต่ก็ถือว่า มีความพยายาม !
เมื่อเปิดประตูเข้ามา ข้อดีคือ คุณจะพบความแตกต่างจาก“ห้องปฏิบัติการ” ของ Tesla หรือ “ห้องเกม” ของค่ายรถจีนหน้าใหม่ Mazda ยังคงเลือกเน้นความคุ้นเคยของผู้ขับขี่ (HumanCentric) และยังคงพยายามที่จะแสดงออกถึงความประณีตของแบรนด์ มีการวัสดุอย่างหนัง Nappa และ Alcantara เต็มที่ไม่มีกั๊ก ตำแหน่งท่านั่งและการควบคุมถูกออกแบบมาให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง
—
ดูเนื้อหาทั้งหมดโดยการสมัครสมาชิก หรือซื้อที่ Shopee
