Skip to content Skip to footer

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน

วิกฤตเฉียดตายที่ทำให้ ค้นพบภารกิจแห่งชีวิต

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน

นักวิเคราะห์ข้อมูลยุทธศาสตร์สังคม, ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาพผู้แทนราษฎร เขตดอนเมือง พรรคภูมิใจไทย

ในยุคที่ความสนใจของคนเราสั้นลงเหลือเพียงไม่กี่วินาที และโลกโซเชียลมีเดียถูกครอบงำด้วยคลิปสั้นรสจัดจ้านที่เน้นกระตุ้นอารมณ์มากกว่าการใช้เหตุผล แทบไม่มีใครเชื่อว่าบทความยาวเหยียดที่อัดแน่นด้วยข้อมูลเชิงลึกจะสามารถกลายเป็นไวรัลระดับล้านวิวได้ภายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน แต่บุคคลคนนี้ทำได้สำเร็จ

คุณณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลยุทธศาสตร์สังคม และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล คือเจ้าของเพจวิเคราะห์ สังคมชื่อดังที่สร้างปรากฏการณ์หักปากกาเซียนตำราการตลาด เขาเปลี่ยนสนามรบทางความคิดบนโลกออนไลน์ให้กลายเป็น พื้นที่แห่งการใช้เหตุผล ด้วยการหยิบยกประเด็นสังคมอันร้อนแรงมาประมวลผล ชำแหละแพทเทิร์น และนำเสนอความจริงอีกด้านอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่เข้าข้างฝ่ายใด จนสามารถชนะใจผู้อ่านที่กลายมาแป็นแฟนเพจ และสร้างยอดวิวทะลุ 2.2 ล้านได้ในเวลาอันรวดเร็ว

เบื้องหลังวิธีคิดที่เฉียบคมและเป็นระบบของเขา ถูกหล่อหลอมมาจากประสบการณ์ชีวิตที่หลากหลาย ตั้งแต่การซึมซับนิสัยรักการอ่านจากครอบครัวในวัยเด็ก ไปจนถึงการใช้ชีวิต และทำงานหนักในบอสตัน สหรัฐอเมริกานานถึง 8 ปี เขาเรียน จบด้วยดีกรีเกียรตินิยมควบทั้งสาขา Computer Information Systems จาก Suffolk University และ Graphic Design จาก Lesley University จนได้รับโอกาสทองเป็น Job Offer แรกรุ่นด้วยรายได้ปีละกว่า 3 ล้านบาท พร้อมอนาคตที่มั่นคงในต่างแดน

ทว่าในบ่ายวันหนึ่งที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่สปอตไลต์ ส่องถึงจุดเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่ก็พุ่งเข้าใส่แบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อรถเช่าคันใหญ่ที่เขามาขับแทน ‘มินิคูเปอร์’ คู่ใจที่ส่งเข้าอู่สี ถูกรถบรรทุกเหล็กพุ่งชนท้ายอย่างจังจนสภาพยับเยินไปครึ่งคัน วินาทีที่คลานออกมาจากซากเหล็กที่ยุบห่างจากตัวไปเพียงเอื้อมมือ แรงกระแทกครั้งนั้นไม่เพียงแต่สั่นสะเทือนร่างกาย แต่ยังปลุกเขาให้ตื่นจากฝันเพื่อตั้งคำถามสำคัญว่า “เราจะสะสม เกียรตินิยมหรือตัวเลขในบัญชีไปเพื่ออะไร ถ้าเราอาจไม่มีวันพรุ่งนี้ให้ได้ใช้มัน?” นั่นคือเหตุผลที่เขาตัดสินใจทิ้งเงินล้านเพื่อกลับบ้านเกิดมาอยู่กับครอบครัวและคนที่รัก

The Conversation ฉบับนี้ จะพาทุกท่านไปเจาะลึกระบบ ความคิดของผู้ที่ปฏิเสธที่จะเป็นเพียงหยดน้ำนิ่งเฉยในสังคม มาร่วมสำรวจกันว่าอะไรคืออาวุธสำคัญที่จะช่วยให้คนไทยหลุดพ้น จากกะลาของ ‘Echo Chamber’ และเราจะร่วมกันสร้างสังคม ที่เข้มแข็งและมีคุณภาพจากฐานรากของศีลธรรมได้อย่างไร

พูดได้ไหมว่า เพจคุณณัฏฐ์เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนไทยหันมาอ่านโพสต์ยาวๆ จริงจังมากขึ้นไปอีกหลังจากโพสต์ที่ เป็นไวรัลครั้งนั้น เพราะเป็นที่รู้กันว่าโพสต์ยาวๆ ไม่ใช่แนวนิยม

(หัวเราะ) ช่วงนี้ก็รู้สึกว่ามีคนรู้จักมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เอาจริงๆ ก็รู้สึกดีใจที่เรามีโอกาสทำประโยชน์ให้สังคม ต้นตระกูลเองทั้งคุณทวดและคุณปู่ได้รับใช้ชาติบ้านเมืองเป็นอย่างดี นอกจากทั้ง 2 ท่านนี้ ตระกูลเรายังมีอีกหลายท่านที่ทำงานรับใช้ บ้านเมือง เพราะคุณทวดท่านมีลูกหลายคน เป็นครอบครัวใหญ่ มีทั้งที่เป็นทหาร นักวิชาการ ทูต

ชีวิตหลังจากกลับมาที่เมืองไทย

เริ่มต้นใหม่หมดเลย เงินเดือนคือแทบไม่เหลือ เพราะแค่ค่าทางด่วนมาทำงานก็หลายร้อยแล้ว จากบ้านไปที่ทำงานข้ามเมืองไปอีกฟาก ไหนยังค่าน้ำมันอีก ทำงานแรกไปได้ไม่นานก็มีโอกาสได้งานใหม่ ทำอยู่ประมาณ 3 ปีได้เป็นงานด้านครีเอทิฟ เงินเดือนเริ่มกลับมาใกล้เคียงกับก่อนหน้าก็เลยออกมาเปิดบริษัทเอง เปิดมาได้ 17 ปีแล้วครับ แต่ช่วง 3 ปีนี้มีการปรับโครงสร้างใหม่ หา direction ใหม่ๆ ด้วยว่าเราจะทำอะไร แบบไหน ยังไงต่อไปดี แล้วจู่ๆ ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากโพสต์เมื่อ เดือนกุมภาพันธ์ ประเด็นการบิดเบือนข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เรื่องสถาบันครอบครัว จนประเทศชาติ เกิดการแบ่งแยก ตอนนั้นมีคนเข้ามาอ่านกว่า 2.2 ล้านวิวภายใน 15 วัน ก็ตกใจเหมือนกัน

เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด ก่อนเขียนฉีกแนวตนเอง กังวลเรื่องแรงปะทะหรือไม่

ใช่ๆ คือตอนนั้นเรื่องพวกนั้นมันเป็นประเด็นร้อนแรงแหละ แต่ตัวเองก็ไม่ได้ position ตัวเองไปอยู่ตรงนั้น ที่มาเขียนเรื่องพวกนี้เพราะทนไม่ไหวจริงๆ และก็มีคนสงสัยว่าทำไมจู่ๆ มาพูดเรื่องนี้ แต่ตั้งแต่ไหนแต่ไร สังคมไทยไม่เคยโกรธเกลียดด่ากันขนาดนี้ อารมณ์เหมือนไปโกรธเกลียดกันมาตั้งแต่ตอนไหน เหมือนไม่ใช่คนชาติเดียวกัน แล้วพอมานั่งวิเคราะห์สื่อ วิเคราะห์ข้อมูลหลายครั้งข้อมูลมันมีความจริงแค่ไม่กี่เปอร์เซนต์ นอกนั้นคือ ไม่มีมูลความจริง สันนิษฐานกันไปเองบ้าง

ก็มีคนมาเตือนว่าจะเจอแรงปะทะขนาดนี้ๆ นะ เกือบ 100% คัดค้านไม่ให้เขียน มีแค่ 5% ที่เห็นด้วย เหตุผลคือ เราก็อยู่ของเราดีๆ แล้วจะมานั่งเขียนให้คนด่าทำไม นึกออกไหม แล้วเราก็ทำธุรกิจด้วย มันจะกระทบธุรกิจด้วยหรือเปล่า แล้วจะเสียฐานแฟนคลับด้วยหรือเปล่า แต่เรามองแล้วว่า เราไม่ได้ว่าใคร แค่เปิดความจริงให้เห็นว่า มันมีแพตเทิร์นแบบนี้นะ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และสิ่งที่กำลังเกิดในปัจจุบันนี้มันคล้ายกันซะเหลือเกิน เราแค่อยากเปิดความจริงอีกด้านหนึ่งให้สังคมได้รับรู้ กลายเป็นว่าแฟนเพจเพิ่มขึ้นเฉย ทั้งที่ไม่ได้จ่ายเงินโฆษณาเลยสักบาท (หัวเราะ) ซึ่งเซอร์ไพรส์มากนะ เพราะเราเองก็ทำงานดิจิทัล รู้ ว่าแบบนี้ไม่ธรรมดาและตระหนักว่า คนที่ชอบอ่านแนวข้อมูลจริงจังมีเยอะมาก เริ่มมีคนมาขอให้วิเคราะห์เรื่องนั้น เรื่องนี้ จนถึงตอนนี้ก็ยาวๆ ไป

แปลว่าสังคมไทยยังมีคนที่สนใจในการเรียนรู้ทำความเข้าใจข้อมูลเชิงลึก นับเป็นเรื่องน่าดีใจ



ดูเนื้อหาทั้งหมดโดยการสมัครสมาชิก หรือซื้อที่ Shopee