Skip to content Skip to footer

โจ มณฑานี ตันติสุข

กูรูการเงินกับความจริงที่ว่าเงิน คือ ภาพสะท้อนจิตวิญญาณ

ในโลกนี้ มีใครบ้างที่ไม่ชอบเรื่องเงินๆ ทองๆ ยิ่งถ้าเป็นเงินที่มาจากการเสี่ยงโชค หรือลาภลอย ยิ่งชอบ แต่พอพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่าย การบริหารเงิน วิธีจัดการความเสี่ยงและหนี้ คนส่วนใหญ่กลับเบือนหน้าหนี ทั้งๆ ที่ สิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ เพียงแต่อยู่อีกด้านเท่านั้นเอง

แต่เพราะเรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่ การหลีกเลี่ยงไม่เผชิญหน้ากับสภาวะการเงินของตนเอง ส่งผลให้คนส่วนใหญ่ตกอยู่ในวิกฤติการเงินที่กว่าจะยอมรับได้ ต้องไปยืนต่อหน้าผู้พิพากษายอมรับสภาพหนี้ ดังที่คุณมณฑานี ตันติสุข หรือ“พี่โจ” อดีตผู้ประกาศข่าวและดีเจชื่อดัง ปัจจุบันเป็นวิทยากรและ Money Coach และยังเป็นนักแปลหนังสือ Best seller อย่าง “เราจะข้ามเวลามาพบกัน” กับ “สารรักจากสวรรค์”ของดร. ไบรอัน ไวส์ นายแพทย์นักเขียนหนังสือแนวจิตวิญญาณของอเมริกาอีกด้วย

หลังจากตระหนักว่าต้องจัดการกับหนี้บ้าน 3.7 ล้านบาทและหนี้บัตรเครดิต 1.2 แสนบาท ที่เกิดจากพิษเศรษฐกิจโลกและการขาดความรู้เรื่องเงินของครอบครัว คุณโจก็พยายามปรับเปลี่ยนการใช้เงินของตนเองหลังจากไฟไหม้บ้านจนแทบหมดตัวแต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเกิดสึนามิภาคใต้ในอีก 2 ปีต่อมา เธอจึงเริ่มศึกษาเรื่องเงิน และบ่มเพาะวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวดจริงจัง จนสามารถล้างหนี้ได้ในระยะเวลาไม่นาน

ประสบการณ์ในครั้งนั้น เป็นแรงบันดาลใจให้เธอจรดปากกาเขียนหนังสือ “เงิน เรื่องใหญ่ที่โรงเรียนไม่เคยสอน” ที่กลายเป็นหนังสือการเงินที่ขายดีตลอดกาล ได้รับการตีพิมพ์ 16 ครั้ง ณ ปัจจุบัน รวมถึง “คัมภีร์ดวง พลิกชะตาการเงิน” ที่กลายเป็นหนังสือหายากและนักสะสมตามหา ล่าสุด คำตอบของเธอว่า “มีเงิน 15,000 บาท ก็รอดในกทม. ได้” เกิดเป็นดราม่ามาราธอน ที่เพิ่มทั้งแฟนคลับและแฟนขับหน้าใหม่อีกเป็นพรวน

แต่ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยกับเธอหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่ถูกต้องเสมอ คือ เมื่อเรารู้จักเงิน เราจะรู้จักตัวเอง (Know YourMoney, Know Yourself) และนิสัยการเก็บและใช้จ่ายเงินคือภาพสะท้อนของจิตวิญญาณเรา เมื่อใดที่เรามีทัศนคติที่ถูกต้องกับเงิน ชีวิตที่ดีมีความสุขก็ไม่ใช่เรื่องยาก

ทุกวันนี้ค่าใช้จ่ายยังคงอยู่ที่ 15,000 บาทมั้ยคะ

พูดถึงเรื่องนี้ คนเขาเอาเรื่องนี้ไปด่าพี่โจทุกวันเลยจนเดี๋ยวนี้ ว่าไม่มีทางอยู่ได้ แต่พี่จะบอกว่าพี่เป็นคนจดบันทึกค่าใช้จ่ายตลอด แล้วพี่จะมีบิลค่าไฟ 2 บ้าน 2 หลัง ประมาณพันบาท ค่าใช้จ่ายจำเป็นอีก ถามว่ามันทำได้ยังไงทั้งที่เปิดแอร์ เราต้องหัดปิดประตูนะคะคุณผู้ชม และควรเปิด-ปิดเป็นเวลา ช่วงเวลาอื่นก็ใช้พัดลม ในกรณีที่เป็นห้องใหญ่ ถ้ามีที่กั้นห้องแบบนี้ซักครึ่งนึงค่าไฟลดไป 400-500 บาท และมีเงินเก็บพันบาทด้วยนะครบปีก็ 12,000 บาท เป็นเงินที่แอบเก็บไว้ให้แม่ คือ จริงๆ จะให้หารายได้เพิ่มก็ทำได้ แต่พี่ไม่ทำใช้วิธีวางแผนจัดการเงินแทนเช่น พี่มีทรูวิชั่นส์ สามารถต่อรองเขาเหลือพันเดียวต่อปี ส่วนข่าวก็ดูยูทูบตลอด

เพราะฉะนั้นคุณต้องรู้ว่าจุดรั่วไหลค่าใช้จ่ายคุณอยู่ตรงไหน แล้วก็อุดรอยนั้น ส่วนเงินที่ใช้ปรนเปรอตัวเองควรอยู่ที่10% คุณมีเงิน 10% ของรายได้ที่คุณจะฟุ่มเฟือย แปลว่าถ้าคุณไม่มีรายได้ คุณจะฟุ่มเฟือยไม่ได้ คุณต้องมีวินัย ถ้าคุณอยากฟุ่มเฟือยแปลว่าคุณต้องหารายได้เพิ่ม สิ่งที่พี่โจพูดในโซเชียลคือเงินเท่านี้ใช้ชีวิตในเมืองหลวงได้หรือไม่ เราไม่ได้พูดถึงค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ฐานเงินเดือนของคุณเสียภาษีไม่ได้ด้วยซ้ำ ประเด็นคือ เงินแค่นี้ เราสามารถอยู่ได้ดีสบายๆ

สำหรับใครหลายคน ค่าใช้จ่ายจำเป็นคือค่าใช้จ่ายในบ้านและเงินเดือนให้บุพการีด้วย ทำให้รู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้

เป็นไปได้สิ แต่คุณอยู่แบบหรูหราไม่ได้ มีคนโวยวายใหญ่ว่า แค่ค่าคอนโดก็ไม่พอแล้ว แล้วคุณจะอยู่คอนโดทาไมอะ คุณอาศัยอยู่กับพ่อแม่แล้วก็ให้เงินพ่อแม่เดือนละ 2,000 เป็นค่าน้ำค่าไฟแทนที่คุณจะไปจ่าย 5,000 บาทดีมั้ย เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณอยากจะย้ายไปอยู่คอนโด ไปอยู่คนเดียว แปลว่าคุณต้อง makemoney คุณจะมีความอยากนำหน้ารายได้ไม่ได้ ต้องกินอยู่ต่ำกว่ารายได้เสมอ

การหารายได้ไม่ใช่เรื่องผิด ถ้าความอยากเราเยอะ ก็ต้องหาเงินเพิ่ม แต่ควรมี mindset ความอยากแบบไหนถึงจะไม่ทำร้ายตนเองคะ

ถ้าเราเริ่มต้นที่ mindset ว่าต้องหาเงินเพิ่มตลอด เราก็ต้องทำงานจนวันตาย ซึ่งไม่น่าจะดีในระยะยาว เพราะคุณเชื่อว่าจะอยู่ได้ต้องหาเงินเพิ่ม คนที่คิดแบบนั้นมักลงเอยด้วยการไม่มีเงินเก็บ ไม่มีเงินออม ไม่มีการลงทุน แต่การที่จะไปถึงจุดที่ไม่ขัดสนการเงินได้ คุณต้องทำบันทึกการเงิน หรือบัญชีครัวเรือน บัญชีรายรับ-รายจ่าย อะไรก็ได้ แต่คุณต้องเริ่มทำจริงจัง

ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของศาสตร์การบริหารจัดการเงินทุกศาสตร์ โดยเฉพาะการบริหารเงินแนวจิตวิญญาณ

ใช่เลยค่ะ วิธีการจัดการเงินของเรามันสะท้อนสภาพจิตใจและจิตวิญญาณเรา และสะท้อนชีวิตด้านอื่นๆ ของเราด้วย เงินเหมือนสุขภาพค่ะคุณ เวลาตรวจร่างกาย พบว่าหลอดเลือดอุดตัน ก็ต้องหาสาเหตุว่าเพราะอะไร ความดันสูง อาหารมันๆเค็มๆ จะอะไรก็ตาม มันคือตัวบอกเราว่าที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตอย่างไร

และนี่คือสิ่งที่พี่โจพยายามที่จะบอกกับสังคมไทยมาตลอดสื่อโซเชียลหลายๆ ที่มักสอนว่า จะต้องมองเงินเป็นบวก แนว positive หรือเฟรนลี่ แต่จริงๆ แล้ว เราจะมองเชิง positive เท่านั้นไม่ได้ เพราะถ้าเรามองเงิน positive จนเกินไป มันจะกลายเป็น Toxic Positivity คือ ‘บวกเป็นพิษ’

มันคืออะไรคะ

คือการที่ท่องว่า เงินจงมา เงินจงมา หรือว่าการใช้กฎแรงดึงดูดดึงเงินเข้ามา ผ่านการคิดบวก ซึ่งมันไม่จริงเพราะไม่ได้มาจากตัวตนข้างในตัวเราเอง วิชาที่ว่าด้วยจิตจริงๆ อำนาจแห่งจิต กำลังของจิตเนี่ย จะสอนเลยว่า คุณคือใคร การเงินก็เป็นไปตามตัวคุณ ความรักก็เป็นไปตามตัวคุณ ชีวิตก็เป็นไปตามตัวคุณ เพราะฉะนั้นคุณต้องรู้จักก่อนว่า คุณคือใคร ทุกอย่างมันจะตอบสนองคำตอบนี้หมด หากว่าชีวิตการเงินเละ ความรักก็เละ งานก็เละ อะไรทุกอย่างเละหมด คุณต้องย้อนกลับไปหาตัวตนของคุณแล้วล่ะ

บางครั้งเนี่ย เราจะเจอเรื่องที่ไม่คาดฝัน แล้วมันจะเปลี่ยนชีวิตเราด้วยวิธีที่ลึกลับ แต่ความต้องการในใจของเรามันต้องแข็งแรง ชัดเจนมากพอ มันถึงจะดึงสิ่งนั้นมาได้ เมื่อจังหวะเวลาลงตัว คำถามในใจมันต้องดังมากพอ แล้วคำตอบจะมา

โมเมนต์นั้นของพี่โจมาตอนไหนคะ



ดูเนื้อหาทั้งหมดโดยการสมัครสมาชิก หรือซื้อที่ Shopee