Chairman, Shanghai Dewen Health
Management Consulting Co., Ltd.

เปิดใจเจ้าของอาณาจักรธุรกิจการแพทย์
กับการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต
ในแวดวงด้านสุขภาพความงามของประเทศจีน คงไม่มีใครไม่รู้จักเวร่า หยาง นักธุรกิจหญิงมือทอง เจ้าของธุรกิจด้านการแพทย์ ความงาม และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม นับเป็นเวลาเกือบ 15 ปีแล้วตั้งแต่ที่เธอเริ่มเปิดตัวโรงพยาบาลแห่งแรกในเซี่ยงไฮ้ ก่อนจะค่อยๆ ขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน ยังมีสาขาที่เฉิงตู และมองโกเลียในอีกด้วย
แม้ว่าธุรกิจที่ทำจะเกี่ยวกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ด้วยความที่ลักษณะงานเกี่ยวข้องกับความเป็นความตาย และความคาดหวังของผู้คน แต่ละวันของคุณเวร่าจึงเต็มไป ด้วยแรงกดดันและความเครียดในทุกมิติ นอกจากมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงลิบลิ่วแล้ว การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมการแพทย์ บังคับให้เธอต้องหมั่นอัพเดต เดินทางศึกษาหาความรู้ทั่วโลกตลอดเวลา
ผลของการทำงาน 16 ชั่วโมงเกือบทุกวันตลอดระยะเวลาอันยาวนาน นำไปสู่โรคเครียดเรื้อรัง จากที่นอนวันละ 3-4 ชั่วโมงเป็นเรื่องธรรมดาที่จัดการได้ กลายมาเป็นปัญหานอนหลับยาก โดยอาการป่วยนี้หนักขึ้นในช่วงโรคระบาดโควิด เพราะต้องต่อสู้กับความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า จนในที่สุดเธอตระหนักว่า วิธีการล้างพิษหรือปิดมือถือพักผ่อนในที่เงียบๆ ห่างไกลผู้คนไม่ได้ผลอีกต่อไป เมื่อปัญหามันอยู่ที่ใจที่อ่อนล้า ก็ต้องแก้กันที่ใจให้ตรงจุด อันเป็นจุดเริ่มต้นของเดินทางและเข้าใจตนเองผ่านการฝึกนั่งสมาธิ
คุณเวร่าในวันนี้ยังคงทำงาน 15-16 ชั่วโมงเหมือนเดิม และแม้จะอายุใกล้แตะหลัก 5 แล้ว เธอบอกเราว่า รู้สึกแข็งแรง สมองสดชื่นแจ่มใสกว่าเมื่อก่อนเสียอีก แถมมีความสุขมากขึ้น ไม่ใช่เพราะงานง่ายขึ้นแต่อย่างใด แต่เธอเข้าใจแล้วว่า ความสำเร็จที่ยั่งยืนเป็นไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องรีบเร่งแข่งขันตลอดเวลา เพราะการโฟกัสและชัดเจนกับเป้าหมายของตนอย่างมีสติ และการอยู่กับปัจจุบันจะพาเธอไปถึงจุดหมายได้แน่นอน
ในฐานะนักธุรกิจและเจ้าของกิจการหลายแห่ง ทำให้ต้องเดินทางตลอด และตารางแต่ละวันแน่นมากจนแทบไม่ได้พัก ทราบมาว่าเป็นแบบนี้ตั้งแต่มีธุรกิจนี้เมื่อ 15 ปีที่แล้ว
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดแล้วค่อนข้างสะเทือนใจเหมือนกันนะ (หัวเราะ) เรื่องลูกโดยปกติแล้ว คุณแม่ พี่เลี้ยง และ คุณพ่อของเด็กจะเป็นคนช่วยกันดูแลเป็นหลัก ในส่วนของตัวเอง ตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจ ก็แทบไม่มีเวลาพักเลย ตามธรรมเนียมคนจีน หลังคลอดจะต้องพักฟื้นอยู่ไฟใช่ไหมคะ แต่นี่คือหลังคลอดได้เพียง 31 วันก็ต้องเดินทางไปทำงานแล้ว เพราะธุรกิจเกี่ยวกับด้านการแพทย์ ทั้งด้านความงาม ด้านสุขภาพ หรือการรักษา ล้วนเป็นเรื่องที่สำคัญ และต้องมีความรอบคอบสูงมาก และด้วยความเป็นคนจริงจังใน การทำงานด้านนี้มาก โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของผู้รับบริการ หลายเรื่องจึงต้องลงมือดูแลด้วยตนเอง เพราะความปลอดภัยของลูกค้าทุกคนอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของเราโดยตรง ตลอดหลายปีที่ทำธุรกิจนี้ ไม่เคยเกิดปัญหา ด้านความปลอดภัยทางการแพทย์เลย ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ฉันและทีมแพทย์ทำงานอย่างเคร่งครัด และให้ความสำคัญกับมาตรฐานอย่างต่อเนื่องค่ะ
ทราบมาว่าคุณเวร่าเลือกการนั่งวิปัสสนาเจริญสติเพื่อรับมือกับความเครียด และนั่งถึง 1 ชั่วโมง
เหตุผลหลักมาจากความเครียดสะสมจากการทำงานค่ะ ในช่วงหนึ่งของการบริหารธุรกิจ รู้สึกกดดันมาก และไม่สามารถระบายความเครียดออกไปได้ ส่วนใหญ่ต้องเก็บไว้คนเดียว เพราะไม่อยากให้ครอบครัวหรือเพื่อนๆ เป็นห่วง และรู้ว่าพวกเขาเองก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก เลยพยายามมองหาวิธีดูแลจิตใจของตัวเอง และเริ่มสนใจการฝึกสมาธิ เผอิญคุณหมอที่รู้จักได้แนะนำให้ลองฝึกดู เลยตัดสินใจมาศึกษาด้านสมาธิอย่างจริงจังค่ะ
การได้สัมผัสกับการนั่งสมาธิและการเจริญสติในช่วงแรก เริ่มต้นจากก่อนหน้า ในช่วงที่ทำธุรกิจและเผชิญกับความกดดันอย่างหนัก ความผิดพลาดในการบริหารจัดการส่งผลให้พนักงานทำงานผิดพลาดจนสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อองค์กร อีกทั้งยังต้องเผชิญกับการทรยศและการใส่ร้ายจากคนใกล้ตัวที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงทำให้ต้องแบกรับภาระด้านธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นความทุกข์ทางจิตใจที่ยากจะบรรยาย
แม้จะถูกสอนมาโดยตลอดให้รู้จักความอดทน การให้อภัย และความเมตตา แต่กลับไม่สามารถปล่อยวางได้อย่างแท้จริง จึงเริ่มหันมานั่งสมาธิและฝึกการเจริญสติ ด้วยความหวังว่าจะได้ค้นพบความสงบภายในใจ และเรียนรู้ที่จะเปิดใจให้อภัยผู้อื่นอย่างแท้จริง
ก่อนหน้านั้น ปกติจัดการกับความเครียดความกดดันอย่างไรคะ
เวลาที่เครียดมากๆ ฉันมักจะเลือกเดินทางท่องเที่ยวค่ะจะหาสถานที่เงียบๆใช้เวลาสัก 2-3 วัน ปิดโทรศัพท์และอยู่กับตัวเอง วิธีนี้ช่วยให้ผ่อนคลายได้ชั่วคราว แต่พอกลับมาก็ยังต้องเผชิญกับปัญหาเดิมอยู่ดี จริงๆ แล้วเป็นเหมือนการหนีปัญหาแค่ช่วงสั้นๆ แล้วก็ต้องกลับมาเผชิญความจริงอีกครั้ง
จากที่ไม่เคยฝึกมาก่อนเลย พอเข้ารับการฝึกจริงจังก็เริ่มแบบ 7 วันเลย รู้สึกอย่างไรตอนที่ต้องปิดมือถือและฝากไว้กับเจ้าหน้าที่จนวันสุดท้าย
พูดตรงๆ แล้วก็อายนะคะ ตอนนั้นรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนเลย เพราะมีคนจำนวนมากพยายามติดต่อหางานก็ยุ่งมาก พอไม่มีโทรศัพท์ ความกังวลก็ถาโถมเข้ามาทันที เรารู้สึกเหมือนว่า ถ้าขาดการติดต่อกับงาน ทุกอย่างจะพังหมดคิดว่าตัวเองไม่สามารถขาดการติดต่อได้ ต้องติดต่อกับทีมและลูกค้าให้ได้ตลอดเวลา พยายามทนอยู่ได้ประมาณ 3 วันสุดท้ายก็ขอโทรศัพท์คืน แล้วก็กลับไปทำงานค่ะ (หัวเราะ)
จัดการงานอยู่ประมาณสองวัน เพราะมีหลายเรื่องที่ต้องใช้โทรศัพท์จัดการ แต่รู้สึกว่าตัวเองกลับไปอยู่ในสภาพเดิมอีกครั้ง คือเครียดเหมือนเดิม วุ่นเหมือนเดิม เลยถามตัวเองว่า ในเมื่ออยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง อยากหาวิธีดูแลใจตัวเองทำไมไม่พยายามให้ถึงที่สุด สุดท้ายวันที่ 4 ฉันก็ลากกระเป๋ากลับมาเรียนต่ออีกครั้งค่ะ (หัวเราะ)
อยากให้แชร์ประสบการณ์การปฏิบัติหน่อยค่ะ ว่าเป็นอย่างไร ช่วยเรื่องจิตใจความเครียดได้มากหรือไม่
ด้วยการชี้แนะของอาจารย์วิปัสสนา ทำให้ค้นพบความสงบที่แท้จริง ซึ่งเกิดขึ้นจากจิตใจของตนเอง เมื่อจิตใจสงบนิ่งมั่นคง และชัดเจนมากขึ้น ใจก็ละเอียดอ่อนขึ้น คุณธรรมในใจก็สูงขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นความเมตตาที่ลึกซึ้ง ความกรุณา และความกตัญญู เรื่อยๆ จนตอนนี้สามารถนั่งได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง ฉันยึดตามคำแนะนำ ของอาจารย์ที่บอกว่า ช่วงตี 5 ถึง 7 โมงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการฝึก
—
ดูเนื้อหาทั้งหมดโดยการสมัครสมาชิก หรือซื้อที่ Shopee
