วันที่ไปรับมอบทองคำและเงินบริจาคเมื่อ 10 ธันวาคม มีเรื่องราวน่าประทับใจที่อยากถ่ายทอดให้ฟังเล็กน้อย…
หากใครเคยอ่านคำสอนของอาจารย์ในช่วงปีต้นๆ อาจ จำได้ที่อาจารย์เขียนเล่าเอาไว้ว่า ในวันที่จัดงานผ้าป่า อาจารย์ เห็นในจิตว่ามีเทวดาและโอปปาติกะมากราบและอยากร่วมบุญด้วย โดยเอาทองคำมาถวายในจิต อาจารย์ก็งงว่าแล้วจะรับกันยังไงในเมื่ออยู่กันคนละภพ…
อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล
การไม่เชื่อว่าคำอธิษฐานมีจริง ก็อย่าไปอธิษฐาน การอธิษฐานที่จะส่งผลได้เร็วและให้ผลเกินประมาณต้องเกิดจากฐานบุญที่มีอานิสงส์สูง
ในการอธิษฐานหลังจากปฏิบัติวิปัสสนา เราไม่ได้อธิษฐานขอจากใคร แต่เราอธิษฐานจากบุญที่เราทำเอาไว้เอง ด้วยคำว่า “ด้วยบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมานี้ จงเกิดเป็นอานิสงส์ให้…” ซึ่งอานิสงส์ที่หวัง…
เรื่องนี้อาจารย์ประสบมากับตัวเอง ด้วยสมัยก่อนอาจารย์ เป็นคนคิดเร็ว ทำเร็ว ไม่รอบคอบ มีภาระอะไรก็อยากทำให้เสร็จๆไป พอเห็นอะไรในสิ่งที่ติดค้างต้องจัดหาอยู่ เมื่อเห็นว่าพอได้พอดีก็ไปตกลงว่าจะซื้อ ตกปากรับคำให้ความหวังเจ้าของทรัพย์นั้นเรียบร้อย จะได้จบสิ้นภาระไป ไม่กี่วันผ่านไปก็ไปขอยกเลิก โดยไม่คิดว่าเป็นการผิดศีล…
การเกิดในภพภูมิต่างๆ เป็นเรื่องของการถูกดึงดูดด้วยกระแสพลังงานและ คลื่นความถี่จิตดวงสุดท้ายก่อนจะตายจะเป็นจิตดวงแรกที่พาไปเกิดในภพภูมิใหม่หากจิตดวงสุดท้ายแสดงคุณลักษณะใดออกมา หรือมีคลื่นความถี่ไปพ้อง กับพลังงานชนิดไหน ต้องถูกดึงดูดไปด้วยคลื่นพลังงานที่มีความถี่ชนิดเดียวกัน ตามกฎฟิสิกส์หรือคลื่นพลังงาน
หากจิตดวงสุดท้ายขณะจะตายเป็นจิตที่ทุรนทุรายด้วยความอาฆาตแค้นหรือ หวงแหนสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาก กระแสกิเลสที่ฝังอยู่ในจิตและนำาหน้าออกมาก็จะทำาให้ จิตถูกดึงดูดเข้าไปอยู่กับลักษณะจิตแบบเดียวกัน คือกลุ่มสัตว์เดรัจฉาน …
ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์…พระบรมศาสดาทรงสอนไว้
เมื่อยังอยู่ในสนามพลังงานเดียวกัน ก็ย่อมสัมผัสทุกข์นั้นอยู่ เพียงแต่ความทุกข์นั้นหยั่งรากลงไม่ได้อีก แค่รู้ แค่เข้าใจ และ เห็นใจผู้ที่ยังหลงเพลิน หลงปรารถนา จนไม่เห็นความทุกข์ ที่จะก่อตัวตามมาหลังจากที่…
บุญและกรรม คือกระแสพลังงาน กระแสผลักดัน ถ้าเป็นวิบากกรรมก็ผลักดันทำให้เกิดเรื่องร้ายๆ ที่พ้องกันกับการกระทำที่เป็นอกุศลที่บุคคลได้กระทำไว้ ถ้าเป็นกุศลวิบากคือผลบุญ ก็เป็นกระแสผลักดันที่ทำาให้เกิดแต่เรื่องดีๆ ดีจนกระทั่งน่าแปลกใจ ดีในแบบที่เรียกว่าธรรมะจัดสรร หรือบุญจัดสรร
หลักสำคัญในการอยู่เยี่ยงฆราวาสผู้หมายธรรมคือ…. อยู่อย่างผู้สำรวม สำรวมในอายตนะ สำรวมในกิเลส ความ สำรวมคือเครื่องบ่งบอกคุณลักษณะจิตว่าบริสุทธิ์แค่ไหนและ ได้รับการอบรมบ่มเพาะมาเช่นไร…จิตที่ไม่สำรวมก็เพราะถูก กิเลสครอบงำและคาดคั้นให้ทำตามนิสัยกิเลส จิตที่สำรวม จะมีกำลังรู้คิดรู้พิจารณาและรู้จักการแสดงออก
จงอยู่กับขณะ และให้คุณค่ากับคนที่อยู่
เบื้องหน้าให้มากที่สุด เพราะนั่นอาจคือครั้ง
สุดท้ายที่ได้อยู่กับเขา ขอให้อยู่กับเขาจริงๆ
อย่าเพิ่มโซ่แห่งทุกข์ให้ แก่ตนเองนัก มองโลกให้เหมือนเกม ที่ย่อมมีวันที่เราชนะบ้าง แพ้บ้าง ตราบใดที่ยังไม่ลงไปนอนน็อกอยู่กับพื้น เราจะมีวันลุกขึ้นมาใหม่ได้เสมอ
หากเราเชื่อเรื่องของกฎแห่งกรรมและหลักแห่งเหตุและผลอันเป็นหลักอิทัปปัจจยตา เราจะเห็นว่ามนุษย์ในโลกนี้มีความต่างกันในรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย ไม่ว่า จะเป็นฐานะในการเกิด ความมั่งมี ฐานะกลางพอดีๆหรือยากจนขัดสน หน้าตาผิวพรรณ หยาบหรือละเอียด เสียงที่ไพเราะหรือไม่ชวนฟัง สติปัญญาปราดเปรื่องหรือโง่เขลา มักได้เป็นที่รักหรือทำาอะไรก็มีแต่คนชิงชัง
ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะบุญทำ…