
ชายผู้วาดความ
ไม่สมบูรณ์แบบของมนุษย์
ให้คนทั้งโลกหลงรัก
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ.1950 หนังสือพิมพ์อเมริกาเพียง 7 ฉบับ ได้ตีพิมพ์การ์ตูนช่องเรื่องใหม่ที่มีเด็กชายหัวกลมเป็นตัวเอก คาแรกเตอร์เด็กชายที่แสนธรรมดา และแทบจะไม่เคยได้รางวัลอะไรเลย เขามักอกหักเสมอ มักตั้งคำถามกับตัวเอง และพยายามทำสิ่งเดิมซ้ำๆ แม้จะรู้ว่าผลลัพธ์อาจไม่ต่างจากเดิม เด็กชายคนนั้นชื่อ Charlie Brown จาก การ์ตูนเรื่อง Peanuts
หลายทศวรรษต่อมา Charlie Brown, Snoopy, Lucy, Linus และผองเพื่อน ไม่ได้เป็นเพียงตัวละครจากการ์ตูนใน หนังสือพิมพ์อีกต่อไป แต่กลายเป็นที่คนทั่วโลกจดจำ และทำให้ ชื่อของ ชาร์ลส์ เอ็ม. ชูลซ์ (Charles M. Schulz) เป็นที่รู้จักไปพร้อมกัน สิ่งที่ทำให้ Peanuts แตกต่าง คือการหยิบเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวันมาเล่าผ่านตัวการ์ตูนที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ พวกเขามีทั้งความเหงา ความไม่มั่นใจ ความผิดหวัง และความกลัว จึงทำให้ผู้อ่านมองเห็นตัวเองอยู่ในเรื่องเหล่านี้
ก่อนที่ Peanuts จะมาเป็นการ์ตูนที่โลดแล่นในหัวใจคนอ่าน ชูลซ์เป็นเพียงเด็กชายจาก St. Paul, Minnesota ที่รู้ตัวตั้ง แต่เนิ่นๆ ว่าอยากเป็นนักวาดการ์ตูน เขาเกิดที่ Minneapolis ในปี ค.ศ. 1922 เป็นลูกคนเดียวของ Carl และ Dena Schulz พ่อเป็นช่างตัดผมเชื้อสายเยอรมัน ส่วนแม่มาจากครอบครัว Norwegian-American ที่บ้านของชูลซ์ยังเลี้ยงสุนัขชื่อ Spike ซึ่งได้มาเป็นแบบวาดภาพของเขาตั้งแต่เด็ก และภาพของ Spike ได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ Believe It or Not! ของ Robert Ripley ในปี ค.ศ. 1937 นับเป็นผลงานตีพิมพ์ชิ้นแรกของเขา เขาเรียนหลักสูตรวาดการ์ตูนทางไปรษณีย์ตั้งแต่ช่วงมัธยมปลาย ก่อนเข้ารับราชการทหารในปี ค.ศ. 1943 และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ชูลซ์กลับมาที่ St. Paul และพร้อมเดินหน้าตามความฝันในการเป็นนักวาดการ์ตูน
Li’l Folks คือเค้าโครงแรกของ Peanuts ที่เรารู้จักในวันนี้ รวมถึงชื่อ Charlie Brown ที่ชูลซ์เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1948 โดยตั้งตาม Charles F. Brown เพื่อนร่วมงานเก่าของเขา ก่อนจะกลายเป็นชื่อตัวละครเอกที่คนทั่วโลกรู้จัก ฤดูใบไม้ผลิปี ค.ศ.1950 ชูลซ์เริ่มมองหาทางนำผลงานออกสู่หนังสือพิมพ์ในวงกว้าง เขาเดินทางไปชิคาโกเพื่อนำการ์ตูนไปเสนอให้กับหลายสำนักพิมพ์ จนมาถึง United Feature Syndicate ที่ตกลงเลือกการ์ตูนของเขาไปตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศ
มีสิ่งหนึ่งที่ชูลซ์ไม่ได้เป็นคนตัดสินใจเองในผลงานชิ้นนี้ นั่นคือชื่อเรื่อง ทางหนังสือพิมพ์เห็นว่าชื่อ Li’l Folks คล้ายกับ Little Folks ของ Tack Knight ชูลซ์เสนอทั้ง Charlie Brown และ Good Ol’ Charlie Brown แต่สุดท้ายซินดิเคตกลับเลือก Peanuts แทน ซึ่งเจ้าตัวไม่ได้ปลื้มเท่าไรนัก ในปี ค.ศ. 1979 เขาให้สัมภาษณ์แบบติดตลกว่า “ผมยังเชื่ออยู่เลยว่านี่คือชื่อที่แย่ที่สุดสำหรับการ์ตูนช่องเรื่องหนึ่ง”
และในวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1950 Peanuts ก็ปรากฏตัวต่อสายตาผู้อ่านเป็นครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ 7 ฉบับทั่วสหรัฐฯ โดยชูลซ์ได้ค่าตอบแทน 90 ดอลลาร์ต่อเดือน
แต่ความสำเร็จของ Peanuts ไม่ได้มีแค่ความนิยมของตัวการ์ตูน เพราะชูลซ์ยังหยิบประเด็นที่เกิดขึ้นจริงในสังคมอเมริกัน มาเล่าผ่านเรื่องราวของตัวการ์ตูน ทั้งสิทธิพลเมือง ความเท่าเทียมทางเชื้อชาติ สิ่งแวดล้อม การควบคุมอาวุธปืน การรักษาพยาบาล บทบาทของผู้หญิง รวมถึงความกังวลเรื่องสงคราม และอาวุธนิวเคลียร์ โดยส่วนใหญ่นำเสนอผ่านเหตุการณ์และ บทสนทนาในชีวิตประจำวัน มากกว่าการออกมาประกาศจุดยืน ทางการเมืองตรงๆ
กรณีของ Franklin เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า Peanuts หยิบเรื่องเชื้อชาติเข้ามาเล่าในแบบของตัวเอง โดยที่ปรากฏตัวในเรื่องครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 1968 ในช่วงที่สังคมอเมริกันกำลังถกเถียงเรื่องสิทธิพลเมืองอย่างเข้มข้น เพียงไม่กี่เดือนหลังการลอบสังหาร Martin Luther King Jr. เขาได้รับจดหมายจากครูโรงเรียนมัธยม เสนอให้เขาลองวาดตัวละครเด็กผิวดำขึ้นมา เพราะเชื่อว่าการ์ตูนที่มีผู้อ่านจำนวนมากอาจช่วยให้เด็กๆ คุ้นเคยกับการเห็นคนต่างเชื้อชาติอยู่ร่วมกันได้มากขึ้น ชูลซ์เห็นด้วย และ Franklin ก็ถือกำเนิดขึ้น
เมื่อ Franklin เข้ามา เขาเป็นเด็กคนหนึ่งในกลุ่มเล่นเบสบอล คุยกับ Charlie Brown และมีเรื่องราวของตัวเองเหมือนคนอื่นๆ การมีเด็กผิวดำอยู่ในกลุ่มจึงกลายเป็นเรื่องธรรมดาของ Peanuts แม้ในเวลานั้นจะไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับทุกคน เพราะหนังสือพิมพ์บางแห่งในภาคใต้ของสหรัฐฯ ถึงกับปฏิเสธตีพิมพ์ตอนที่มี Franklin

ความสำเร็จของ Peanuts ได้ขยายจากหนังสือพิมพ์ไปสู่ หนังสือสินค้า การ์ดอวยพร และโทรทัศน์ โดยเฉพาะ A Charlie Brown Christmas ที่ออกอากาศครั้งแรกในปี ค.ศ. 1965 และ คว้าทั้ง Peabody Award และ Emmy Award
ปลายปี ค.ศ. 1999 ชูลซ์ประกาศว่าจะหยุดเขียน เนื่องจาก ปัญหาสุขภาพ ขณะนั้น Peanuts ตีพิมพ์อยู่ในหนังสือพิมพ์กว่า 2,600 หัวทั่วโลก ก่อนที่ชูลซ์จะเสียชีวิตในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2000 หนึ่งวันก่อน Peanuts ตอนสุดท้ายจะตีพิมพ์
หลังการเสียชีวิตของชูลซ์ ไม่มีการสร้าง Peanuts ตอน ใหม่สำหรับหนังสือพิมพ์โดยนักวาดคนอื่น ตามความต้องการของลูกๆ ที่ไม่ต้องการให้ใครวาดต่อ แต่ตัวละครจะยังปรากฏในหนังสือการ์ตูนและผลงานรูปแบบอื่นๆ
เสน่ห์ของ Peanuts คือ ตลอดเวลาของการวาดเรื่องนี้ เกือบ 50 ปี เขาเป็นผู้รังสรรค์ทั้งไอเดียและการวาดด้วยตัวเอง ทั้งหมดรวม 17,897 ตอน จากการสังเกตสิ่งรอบตัว ก่อนจะนำเรื่องธรรมดามาใส่มุกตลก ก่อนจะถ่ายทอดผ่านคาแรกเตอร์แต่ละตัว จนกลายเป็นการ์ตูนในดวงใจของคนนับล้านทุกวันนี้
—
ดูเนื้อหาทั้งหมดโดยการสมัครสมาชิก หรือซื้อที่ Shopee
