Skip to content Skip to footer

มาเรีย ซีบิลลา เมเรียน

จิตรกรหญิงผู้ย่อธรรมชาติลงแผ่นกระดาษ

ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 17 วิธีทำความเข้าใจสิ่งมีชีวิตอย่างละเอียดที่สุดคือ การวาดภาพ พร้อมจดรายละเอียดส่วนประกอบทางกายภาพ หรือจำแนกสรีระของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นๆ โดยอาศัยการเก็บตัวอย่าง หรือออกเดินทางไปยังที่ห่างไกล และนั่นเป็นสิ่งที่มาเรีย ซีบิลลา เมเรียน (Maria Sibylla Merian) นักพฤกษศาสตร์ นักกีฏวิทยา และนักวาดภาพเสมือนจริง และเจ้าของภาพวาดธรรมชาติแนว “สัจนิยม” อันแสดงให้เห็นถึงการอุทิศตนอย่างยากลำบากของนักวิทยาศาสตร์รุ่นบุกเบิก

มาเรีย ซีบิลลา เมเรียน เกิดในครอบครัวบรรณาธิกรหนังสือเชื้อสายสวิส เมื่อปี ค.ศ. 1647 ณ นครแฟรงก์เฟิร์ตแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (ปัจจุบันอยู่ในเยอรมนี) โดยได้รับการถ่ายทอดเคล็ดวิชาการวาดภาพเสมือนจากพ่อเลี้ยง เจคอบเมอเรล ผู้เป็นจิตรกรเอกด้านการวาดดอกไม้ เธอเริ่มสนใจสะสมและศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ขนาดเล็กในรั้วบ้าน เพื่อนำมาเป็นแบบวาดภาพ ทำให้เธอสามารถสร้างสรรค์ลายเส้นทางศิลปะของตัวเองตั้งแต่วัย 13 ปีเท่านั้น ในช่วงต้น เมเรียนได้สร้างสรรค์คอลเลกชันภาพวาดวงจรชีวิตของผีเสื้อในรัง ที่สื่อถึงปฏิสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต เช่น หนอนผีเสื้อเป็นศัตรูพืชที่กัดกินใบไม้ ขณะเดียวกัน ผีเสื้อขนาดตัวเต็มวัยก็ตกเป็นเหยื่อของสัตว์ปีกที่มีขนาดใหญ่กว่าอีกทอดหนึ่ง

เมื่ออายุครบ 18 ปี เมเรียนได้ลงหลักปักฐานกับ อังเดรียสกราฟฟ์ ผู้เป็นลูกศิษย์ของพ่อเลี้ยง และมีลูกสาวด้วยกัน 2 คน แต่ชีวิตสมรสที่ไม่ราบรืื่น ทำให้เธอตัดสินใจหย่าขาด และเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เธอทำงานสอนวาดภาพให้กับเหล่าทายาทผู้ร่ำรวยขณะเดียวกันก็อุทิศตนให้กับการอบรมทางวิทยาศาสตร์ด้วยใจรัก แม้สตรีที่อวดอ้างภูมิความรู้เสี่ยงต่อการถูกยัดข้อกล่าวหาว่าเป็นแม่มด และอาจถูกเผาทั้งเป็นก็ตาม

การฝึกปรือกับฝีแปรงและมีโอกาสเข้าถึงหนังสือที่หลากหลาย ทำให้เมเรียนกลายเป็นบุคคลที่ ‘มีของ’ โดยเธอได้สั่งสมผลการค้นคว้าเกี่ยวกับแมลง สสาร และสิ่งมีชีวิตเพื่อรวมเล่มผลงาน จนได้รับการทาบทามให้ร่วมคณะกับนักเดินเรือสำรวจเมื่ออายุ 52 ปี ออกท่องโลกที่ห่างไปไกลกว่า 5,000 ไมล์จากเมืองท่าอัมสเตอร์ดัม เพื่อศึกษาระบบนิเวศที่พิศวงซับซ้อนแห่งผืนป่าประเทศซูรินาม (อาณานิคมใหม่ของชาวดัตช์) อันนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่มีวัตถุประสงค์เดินทางเพื่อสำรวจสิ่งมีชีวิตอย่างจริงจัง

ณ สวรรค์ของนักกีฏวิทยา ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติทำให้เมเรียนสนใจที่จะวาดบันทึกทุกสิ่งทุกอย่างที่พบเห็นท่ามกลางการคัดค้านของผู้ร่วมคณะคนอื่นๆ ที่มองเป็นเรื่องไร้สาระ เธอจึงเลือกผูกมิตรกับเหล่าทาสแอฟริกันและชนพื้นเมืองเพื่อขอความรู้และขอตัวอย่างแมลงและพืชมาให้แทน ความพยายามของเมเรียนช่วยให้โลกตะวันตกได้เรียนรู้สิ่งแปลกใหม่มากมาย เช่น การทอดตัวสร้างสะพานของมดเพื่อข้ามกิ่งไม้หรือแอ่งน้ำ แม้แต่การจับสังเกตแมงมุมทารันทูลาว่าสามารถกินนกได้

สองปีในซูรินามทำให้เมเรียนสามารถตีพิมพ์หนังสือ Metamorphosis Insectorum Surinamensium ตำราคลาสสิกในแวงวงศิลปะและวิทยาศาสตร์ เมื่อปี ค.ศ. 1705 ก่อนถูกส่งกลับบ้านด้วยปัญหาสุขภาพ กระนั้น โยฮันนา ลูกสาวคนโตของเธอยังคงมุ่งมั่นสำรวจทดลองในพื้นที่เพื่อส่งตัวอย่างและภาพพิมพ์ชุดใหม่กลับมาให้ผู้เป็นแม่เสมอ

เมเรียนยังคงทำงานไปพร้อมการเผชิญหน้ากับโรคอัมพาตบางส่วนใน 2 ปีสุดท้ายของชีวิต ก่อนจะจากไปในปี ค.ศ. 1717 โดยมีโดโรเธีย ลูกสาวคนรองเป็นผู้จัดพิมพ์หนังสือ Erucarum Ortus, Alimentum et Paradoxa Metamorphosis ผลงานเล่มสุดท้ายออกสู่สาธารณะ

3 ศตวรรษกับผลลัพธ์แห่งความทุ่มเทของเธอต้องผ่านคำท้าพิสูจน์มากมาย จากบรรดานักวิชาการยุคหลัง ที่ไม่เคยแม้แต่เดินทางออกจากเมืองใหญ่ไปสู่พื้นที่ป่าดิบชื้น แต่แล้วที่สุด ข้อเท็จจริงจากวิทยาศาสตร์ร่วมสมัยก็ประกาศยอมรับผลทดลองสังเกตของเธอ เมเรียนจึงได้ปรากฏโฉมอีกครั้งบนธนบัตรฉบับละ 500 DM ของเยอรมนี รวมถึงสิ่งอนุสรณ์มากมาย ทั้งชื่อเรือวิจัย โรงเรียน และดวงตราไปรษณียากร ในฐานะสุภาพสตรีรุ่นบุกเบิกที่ย่อธรรมชาติมาโลดแล่นในแผ่นกระดาษและหนังสือภาพของเธอได้สำเร็จ



ดูเนื้อหาทั้งหมดโดยการสมัครสมาชิก หรือซื้อที่ Shopee