
หากความเหนื่อยล้าจากวิถีชีวิตเมืองใหญ่กำลังส่งสัญญาณให้คุณต้องหยุดพัก ลองจินตนาการถึงจุดหมายปลายทางที่ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ เพียง 2 ชั่วโมงกว่าๆ แต่ช่วยให้คุณตัดขาดจากความวุ่นวายได้อย่างสิ้นเชิง ที่ซึ่งมีเพียงเสียงใบไม้ไหว เสียงธารน้ำไหล และอ้อมกอดของผืนป่าตะวันตก… “สวนผึ้ง ราชบุรี” คือคำตอบสำหรับทริปพักผ่อนที่จะพาคุณไปรับโอโซนบริสุทธิ์ ในพื้นที่ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน และแวะเสพศิลป์ย้อนวันวานก่อนกลับ เพื่อเติมพลังชีวิตให้กลับมาเต็มร้อยอีกครั้ง
Villa Moreeda
หัวใจหลักของการเดินทางมาพักผ่อนในทริปนี้ คือการปล่อยใจไปกับความเงียบสงบที่ “วิลล่า โมรีดา” (Villa Moreeda) บูติกรีสอร์ตริมลำน้ำลำภาชีที่เริ่มต้นจากการเป็น “บ้านหลังที่สอง” ของคุณเสนาลิงและครอบครัว ด้วยความตั้งใจแรกที่อยากสร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัวท่ามกลางผืนป่า แต่เมื่อบ้านเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ความอบอุ่นที่อบอวลอยู่ภายใน กลับจุดประกายไอเดียให้อยากแบ่งปันสเปซแห่งการพักผ่อนนี้ให้ผู้อื่นได้เข้ามาสัมผัส และทิ้งตัวลงนอนในแบบรายคืน จนกลายมาเป็นรีสอร์ตที่แสนอบอุ่นในปัจจุบัน

คำว่า “โมรีดา” มีที่มาจากชื่อลูกสาวของคุณเสนาลิง ซึ่งแปลว่า “นกยูง” เราจึงสามารถพบเห็นสัญลักษณ์และรูปนกยูงซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่างๆ ทั่วทั้งรีสอร์ต รวมถึงชื่อห้องพักทั้ง 15 ห้อง ที่มีดิไซน์เป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัวหลากสไตล์ไม่ซ้ำกัน ก็ยังคงอิงตามชื่อของสายพันธุ์นกต่างๆ อีกด้วย
การออกแบบสถาปัตยกรรมของที่นี่ถูกคิดมาอย่างพิถีพิถัน โดยใช้บานกระจกขนาดใหญ่ทำหน้าที่เป็นเหมือน “กรอบรูป” ที่โอบรับเอาภาพธรรมชาติจริงๆ ของผืนป่าภายนอกเข้ามาไว้ด้านใน ทำให้มู้ดแอนด์โทนของที่นี่แปรเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา และฤดูกาลอย่างน่าอัศจรรย์ ภายในห้องพักตกแต่งด้วยแนวคิด “สัจจะวัสดุ” (Truth of Materials) ไม่ว่าจะเป็นงานไม้ งานเหล็ก หรือแนวอิฐเปลือย ที่เน้นความเรียบง่ายและโชว์เนื้อแท้ตามธรรมชาติของวัสดุนั้นๆ อย่างตรงไปตรงมา ยิ่งไปกว่านั้น คุณจะได้สัมผัสกับเสน่ห์ที่แท้จริงผ่านการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพนักงานที่เป็นคนในท้องถิ่นและชาวกะเหรี่ยง
สัมผัสไออุ่นทางวัฒนธรรม และธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของสวนผึ้ง

เสน่ห์ของสวนผึ้งไม่ได้มีดีแค่ที่พัก แต่รวมถึงวิถีชีวิตและธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ สำหรับใครที่อยากสัมผัส ความสโลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง ต้องไม่พลาดการตื่นเช้าไปเยือน “ตลาดโอ๊ะป่อย” ตลาดเช้าริมธารน้ำท่ามกลางป่าไผ่ของชุมชนชาวกะเหรี่ยง ไฮไลต์สำคัญคือการร่วมตักบาตรพระสงฆ์ที่ล่องแพไม้ไผ่มาตามลำน้ำภาชีในช่วงเวลา 07.40 น. (วันเสาร์-อาทิตย์) อาหารท้องถิ่นที่นี่เสิร์ฟในภาชนะรักษ์โลก และรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกเด็ดขาด จากนั้นเดินทางต่อไปยัง “แก่งส้มแมว” เพื่อเดินทอดน่องสูดโอโซนท่ามกลางโขดหิน ลำธาร ทักทายแก๊งตัวนากสุดน่ารัก และชมฝูงนกยูงเจ้าถิ่นที่มักจะเดินอวดโฉมรำแพนหางอยู่กลางผืนป่าธรรมชาติ
แวะเสพศิลป์ย้อนวันวาน ณ ย่านเมืองเก่าราชบุรี

ก่อนเดินทางกลับสู่ความเร่งรีบของกรุงเทพฯ การแวะเปลี่ยนมู้ดมาสัมผัสความคลาสสิกที่ “ย่านเมืองเก่าราชบุรี” จะช่วยเติมเต็มทริปนี้ให้คอมพลีต เริ่มต้นด้วยการแวะไปที่ “วัดมหาธาตุวรวิหาร ราชบุรี” พระอารามหลวงเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองโดดเด่นด้วยพระปรางค์ประธานห้าองค์สไตล์ขอมโบราณที่สร้างด้วยศิลาแลง กราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นไปเดินชิลต่อที่ “ตลาดโคยกี๊” ตลาดเก่าแก่ริมแม่น้ำแม่กลองที่มีอาคารไม้โบราณทอดยาว สะท้อนวิถีชีวิตดั้งเดิมอันเรียบง่าย
สำหรับสายอาร์ตและคอฟฟีเลิฟเวอร์ ต้องไม่พลาด “d Kunst Art Space and Cafe” (ดีคุ้น) หอศิลป์ร่วมสมัยแห่งแรกของราชบุรี ที่ดัดแปลงมาจากบ้านไม้สถาปัตยกรรมโบราณทอดตัวอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ที่นี่คือพื้นที่สร้างสรรค์ที่ผสมผสานอดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ผ่านนิทรรศการศิลปะ หมุนเวียนของศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศ พร้อมมุมคาเฟ่เก๋ๆ ให้คุณได้จิบกาแฟพลางชมวิวแม่น้ำและสะพานรถไฟ เป็นการเสพงานศิลป์ในจังหวะชีวิตที่สโลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง
—
ดูเนื้อหาทั้งหมดโดยการสมัครสมาชิก หรือซื้อที่ Shopee
