
อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล
ในการไปพักผ่อนในต่างแดนในปีที่ผ่านมา ครอบครัวอาจารย์ได้เปลี่ยนจากการพักโรงแรมมาสู่การเช่าบ้านหรืออะพาร์ตเมนต์ที่มีบริการให้เช่า เพราะสมาชิกในบ้านเริ่มโตขึ้น ซึ่งราคาค่าพำนักก็ใกล้เคียงกับโรงแรม แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือ มีส่วนครัวเล็กๆ และพื้นที่ให้สมาชิกในบ้านได้อยู่รวมกัน ไม่อยู่แยกห้องแบบโรงแรม สถานที่ที่ไปมาส่วนใหญ่ตกแต่งภายนอก ดูดีเหมือนได้อยู่บ้าน ได้เข้าครัวทำอาหารเอง บางที่เขาก็ตั้งใจทำไว้ให้เช่าจริงๆ คือเหมือนห้องที่มีแต่เปลือก แล้วก็มีเฟอร์นิเจอร์มาวางๆ ไว้ แต่สิ่งที่สถานที่เหล่านี้เป็นเหมือนกันหมด คือ การใช้เฟอร์นิเจอร์และของใช้จาก IKEA แทบทั้งบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ผ้าปู หมอน ผ้าขนหนู เครื่องครัว โซฟา ตู้ โต๊ะ เก้าอี้น็อกดาวน์ทั้งหลาย ล้วนมาจาก IKEA ทั้งสิ้น
สิ่งที่จิตสัมผัสและรู้สึกถึงความต่างจากเฟอร์นิเจอร์แบบเก่า ก็คือเฟอร์นิเจอร์และข้าวของน็อกดาวน์เช่นนี้ ทำให้การเข้าไปอยู่อาศัยเปรียบเสมือนคนไร้ถิ่นฐานที่มั่นคง มันช่างคลอนแคลนไปเสียหมด โต๊ะ ตู้ขันนอต ขาโต๊ะ เก้าอี้อันบอบบาง หาความหนักแน่นหรือรู้สึก Firm ไม่ได้เลย
เนื้อไม้ก็ไม่ใช่ไม้เนื้อแข็ง บ้างเป็นพาร์ทิเคิลบอร์ด เป็นผิวเปลือกไม้บางๆ เมื่อสัมผัสจับต้องก็รู้สึกแต่ความ “ฉาบฉวย” เครื่องห่มนอนใดก็มีเนื้อผ้าที่หยาบ เครื่องครัวก็ไม่มีคุณภาพแข็งแรง เก็บความร้อนไม่คงทน หูก้านหม้อ ตะหลิว ทุกอย่างดูช่างฉาบฉวย ทุกแห่งที่ไปกลายเป็นไปอยู่กับ IKEA ทั้งบ้าน และทำให้การไปอยู่อาศัยแม้เพียงชั่วคราว ไม่รู้สึกเป็นธรรมชาติ และเหมือนอยู่กับเรือที่คลอนแคลน เพราะหารากฐานจริงๆ ไม่เจอ
อาจารย์ต้องหยิบยกเรื่องนี้มาเขียนในเชิงความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งกับจิตวิญญาณ
IKEA เป็นบริษัทเฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่จากสวีเดน เป็น ผู้ผลิตสินค้าที่ส่วนใหญ่นำเข้าจากจีน และเข้าไปตีตลาดในทุก ประเทศที่ไปเปิดตัวจนบริษัทเฟอร์นิเจอร์ท้องถิ่นหลายแห่งล้ม ไป เพราะไม่อาจแข่งขันทางราคาได้ แม้กระทั่งบริษัทเฟอร์นิเจอร์ที่อิตาลีระดับกลาง ในเมืองไทยเองก็โดนกระทบไม่น้อย เพราะคนไทยเห่อสินค้าน็อกดาวน์โดยมีฝรั่งเป็นดิไซเนอร์ ทำให้เกิดการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า สินค้าอิเกียนั้นมีทั้งของชิ้นเล็กชิ้นน้อยและของใหญ่ไปจนถึงตู้เตียง ของที่เป็นชิ้นเล็กน้อยก็พอใช้ได้ และเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการควบคุมงบประมาณการแต่งบ้าน ได้มีโอกาสใช้ของที่มีดิไซน์บ้าง แต่ของที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ๆ รวมถึงโคมไฟต่างๆ หากไปสัมผัสจะได้รู้สึกถึงความเปราะบาง ขาดพื้นฐาน และเต็มไปด้วยพลาสติก จุดเด่นของอิเกียคือการน็อกดาวน์ ให้ผู้ซื้อไปประกอบเอง
สำหรับผู้ที่เคยหาใช้ของน็อกดาวน์มากเกิน 4 ชิ้นขึ้นไป ลองสังเกตตัวเองดู อาจจะรู้สึกว่าชีวิตขาดพื้นฐาน Foundation ต่างจากโต๊ะ ตู้ เตียง ที่ทำขึ้นมาอย่างพื้นฐานที่มั่นคง หนักแน่นด้วยเนื้อไม้แท้ หรือโครงสร้างที่ประกอบด้วยงานฝีมือช่างไม้ ไม่ว่าจะเป็นแบบต้นตำรับบางโพ งานบิวต์อิน หรือที่เขาทำขายสำเร็จ เราจะรู้สึกว่าชีวิตในบ้านไม่โคลงเคลง ไม่อ่อนยวบเหมือนชีวิตน็อกดาวน์ทั้งหลาย
หากไม่รู้สึกแบบเดียวกันก็ไม่เป็นไร จิตอาจารย์อาจละเอียดเกินไปจนสัมผัสความเชื่อมโยงของสิ่งเหล่านี้ได้ จนเห็นความต่าง และความสัมพันธ์ที่เกินพอดี
มิใช่ว่าบ้านที่อาจารย์อาศัยอยู่จะดูหรูหราแล้วจะดูแคลนสิ่งเหล่านี้ เฟอร์นิเจอร์ในบ้านดั้งเดิมมีที่เป็นงานบิวต์อินก็มาก และมีไม่น้อยมาจากบางโพ เชียงใหม่ และร้านเฟอร์นิเจอร์ที่เขาทำด้วยฝีมือจริงๆ เพิ่งจะมีอิเกียเล็กๆ น้อยๆ เช่น ในครัวและของใช้เล็กๆ เท่านั้น แรกก็ยังไม่รู้สึกอะไรเพราะมีแต่ชิ้นเล็กๆ ต่อเมื่อได้ เข้าไปสัมผัสชีวิต.. “อิเกียทั้งบ้าน” เข้าไปสู่วิถีน็อกดาวน์แล้วทำให้ เห็นว่ามีส่วนต่อจิตใจของคน จึงแบ่งปันความเห็นให้พิจารณา
ที่โพธิธรรมญาณสถาน ใครที่ได้ไปเยือนจะรู้สึกถึงความสงบ ระงับและธรรมชาติที่อ่อนโยน นั่นก็เพราะอาจารย์ให้ความสำคัญ กับแลนด์สเคป และการเลือกสรรของใช้ที่มาจากธรรมชาติล้วน ไม่ให้มีโต๊ะเก้าอี้พลาสติกให้เห็นสะดุดใจในพื้นที่สำคัญส่วนกลาง และเลี่ยงสินค้าน็อกดาวน์และพลาสติกเพราะเป็นสิ่งที่แปลกปลอมใจ ทำให้จิตสะดุด หากเห็นเก้าอี้พลาสติกอีโล้งโช้งเช้ง จิตจะรู้สึกถึง “ความไม่จริง” ในขณะที่เรามาเคี่ยวกรำจิตเพื่อแสวงหา ความจริง…. ทุกอย่างมีผลเชื่อมกันในระดับคลื่นความถี่ทั้งสิ้น
อย่าหลงไปกับสิ่งที่เป็น Mass และน็อกดาวน์จนเกินพอดี และอย่าเลือกหาแต่ของใช้พลาสติกเสมอ เพราะมันเป็นตัวแทน ที่ทำให้จิตอยู่ห่างจากธรรมชาติ ผู้อยู่อาศัยพึงรู้จักเลือกหาข้าวของแบบทางสายกลางตามกำลังของตน อย่างน้อยที่สุด ขอให้มีสักชิ้นในบ้านที่ทำจากไม้ มีขาแข็งแรง เอาไว้เป็นตัวเชื่อมจิตให้ เรารู้สึกถึงความหนักแน่นและมั่นคง ไม่จำเป็นต้องเป็นไม้ที่หนา ขอแค่เป็นไม้จริง และขา Firm เท่านั้น ตัวเดียวเท่านั้น ทิ้งให้เขา เป็นพระเอกประจำบ้าน กระแสธรรมชาติที่ออกมาจากสิ่งนั้น จะช่วยโยงจิตให้เราไม่ห่างจากธรรมชาติเกินไป และเตือนใจให้เราเป็นคนหนักแน่น ไม่โคลงเคลงไร้ฐานเช่นข้าวของน็อกดาวน์ โดยเฉพาะคนที่อยู่ตึกแถวและคอนโด
หากการใช้ชีวิตทุกวันในบ้าน มีแต่ความโหรงเหรง เปราะบาง มันสะท้อนอะไรบางอย่างที่อยู่ในจิตใจเรา เช่นเดียวกันกับธรรม หากจิตใจเราขาดพื้นฐานที่ดี ย่อมเปราะบางและตกเป็นเหยื่อชีวิต และถูกทำลายได้ง่ายดาย
วันอาสาฬหบูชา คือวันที่พระพุทธองค์ทรงประกาศวางรากฐานจิตใจให้แก่เวไนยสัตว์ ให้มีที่พึ่งอันแข็งแกร่ง ให้เป็นคนมีฐานชีวิต ไม่ล่องลอย ไม่โอนเอนเมื่อต้องลมฝนและพายุอารมณ์ ให้รู้จักใช้ชีวิตอย่างไม่หลงโลก ไม่หลงสุข ไม่ติดอยู่ในตมแห่งความทุกข์ ให้เป็นผู้อยู่ด้วยทางสายกลาง นี่คือการประกาศพระพุทธศาสนาอันยิ่งใหญ่ และเป็นแสงสว่างให้แก่เวไนยสัตว์ ท่ามกลางกระแสการแสวงหาปัญญาที่เต็มไปด้วยลัทธิที่พาหลง ทางในยุคนั้น
ขึ้นชื่อว่าชีวิต คือการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ ล้วนมาจากการตัดสินของจิตทั้งสิ้น การยอมรับวิถีน็อกดาวน์มากเกินไป จะส่งผลให้จิตใจไม่มั่นคง
รากฐานจิตใจที่แข็งแกร่ง คือรากฐานของชีวิตที่มีอนาคต
ลองปักหลักเหลียวมองปรับมุมชีวิตใกล้ตัวในบ้านใหม่ อันเท่ากับการหันกลับมาดูพื้นฐานจิตใจของตนเช่นกัน
EVERYTHING MUST GO!
Go ไปไหนก็ไม่รู้ละ แต่สำหรับอาจารย์ รู้นานแล้วว่า อะไร ต้อง Go บ้าง
—
ดูเนื้อหาทั้งหมดโดยการสมัครสมาชิก หรือซื้อที่ Shopee
