
อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล
เราคงคุ้นเคยกับคำว่า “วันพระใหญ่” คุ้นเคยมากจนบางครั้งอาจไม่รู้ที่มาที่ไปว่าวันพระมีที่มาที่ไปอย่างไร อาจารย์ขอยกข้อมูลมาจากวิกิพีเดียเพื่อเป็นความรู้ดังนี้“วันพระ หรือ วันธรรมสวนะ หรือ วันอุโบสถ หมายถึง วันประชุมของพุทธศาสนิกชนเพื่อปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาในพระพุทธศาสนาประจำสัปดาห์ หรือที่เรียกกันทั่วไปอีกคำหนึ่งว่า “วันธรรมสวนะ” อันได้แก่วันถือศีลฟังธรรม (ธรรมสวนะ หมายถึง การฟังธรรม) โดยวันพระเป็นวันที่มีกำหนดตามปฏิทินจันทรคติโดยมีเดือนละ 4 วัน ได้แก่ วันขึ้น 8 ค่ำ,วันขึ้น 15 ค่ำ (วันเพ็ญ), วันแรม 8 ค่ำและวันแรม 15 ค่ำ (หากเดือนใดเป็นเดือนขาด ถือเอาวันแรม 14 ค่ำ )
วันพระนั้นเดิมเป็นธรรมเนียมของปริพาชกอัญญเดียรถีย์ (นักบวชนอกพระพุทธ-ศาสนา) …ซึ่งในสมัยต้นพุทธกาล พระพุทธเจ้ายังคงไม่ได้ทรงวางระเบียบในเรื่องนี้ไว้ ต่อมาพระเจ้าพิมพิสารได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และกราบทูลพระราชดำริของพระองค์ว่านักบวชศาสนาอื่นมีวันประชุมสนทนาเกี่ยวกับหลักธรรมคำสั่งสอนในศาสนาของเขา แต่ว่าพุทธศาสนายังไม่มี พระพุทธองค์จึงทรงอนุญาตให้มีการประชุมพระสงฆ์ในวัน 8 ค่ำ 15 ค่ำและอนุญาตให้พระภิกษุสงฆ์ประชุมสนทนาและแสดงธรรมเทศนาแก่ประชาชนในวันดังกล่าว โดยตามพระไตรปิฎกเรียกวันพระว่า วันอุโบสถ (วัน 8 ค่ำ) หรือวันลงอุโบสถ(วัน 14 หรือ 15 ค่ำ) แล้วแต่กรณี
การบำเพ็ญกุศลในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ซึ่งถือว่าเป็นวันพระใหญ่ จะมีพลังกุศลสูงกว่าวันธรรมดาอื่นๆ เพราะกระแสพลังงานในวันดังกล่าว มีพลังธรรมสูงกว่าวันธรรมดาเนื่องจากในทุกมิติของชั้นพลังงาน คือระดับพรหมโลก เทวโลกมนุษย์โลก เกิดการตื่นตัวในการยังจิตให้เข้ามาอยู่ในฟากกุศลมากกว่าวันธรรมดา ทำให้พลังธรรมมีกำลังสูงขึ้น ผู้ใดที่น้อมใจมาสู่ฟากกุศลกรรมในวันนั้น กระแสจิตจะได้รับการยกพลังบุญกุศลให้สูงขึ้นไปด้วย
ยกตัวอย่าง ในวันธรรมดา ขณะที่ฆราวาสทำภารกิจชีวิตตนเอง ปรุงแต่งอารมณ์ร้อยเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาโดยไม่ได้ตั้งจิตว่าจะรักษาศีลอย่างจริงจัง และไม่ระวังจิตไม่ให้คิดอกุศลต่อผู้ใดแต่ด้วยความที่กระแสพลังงานหรือบรรยากาศหรือ Vibration ณเวลานั้น เป็นห้วงเวลาที่คลื่นโลกียะแข็งแกร่ง เพราะคนส่วนใหญ่ในโลกก็ปล่อยจิตใจให้ไหลไปตามวิถีนั้น พอคิดจะรักษาศีล เช่นตั้งใจจะไม่ดื่มเหล้า แต่พอตกเย็นเห็นเพื่อนๆ ตั้งวงสังสรรค์กัน ก็มีใจโลเล ในที่สุดก็ไปดื่มเหมือนเดิม เพราะขาดพลังหนุนในการทวนกระแสกิเลส
แต่พอมาถึงวันพระใหญ่ ชาวพุทธตื่นตัวมารำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมศาสดาและพระธรรมคำสอน เกิดอยากสร้างกุศลเป็นทุนชีวิตตนเอง คลื่นจิตของคนหลายร้อยล้านคิดไปในทางเดียวกัน ทำให้คลื่นความถี่ในฟากกุศลมีพลังแรงกล้าขึ้น เอื้อให้ผู้ที่ตั้งใจรักษาศีล ทำความดี สามารถทวนกระแสกิเลสได้ เมื่อประกอบกุศลกรรม พลังธรรมนั้นก็ช่วยยกกำลังกุศลกรรมให้เกิดเป็นพลังบุญที่สูงยิ่งขึ้น เป็นคลื่นกุศลที่พัดผู้ที่เข้ามาอยู่ในข่ายเดียวกัน ให้มีแรงลอยขึ้นสูงกว่าเดิมแม้ด้วยการทำความเพียรเพียงเล็กน้อย
หากจะให้เห็นภาพชัดเจน ขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบในเรื่องทางโลก ผ่านละครดังเรื่องบุพเพสันนิวาส ละครเรื่องนี้โด่งดังทั่วประเทศ ผู้คนจดจ่อรอชมทุกฉากทุกตอน สื่อประโคมข่าวไม่เว้นแต่ละวัน ทุกคนที่เข้าไปข้องเกี่ยวกับการสร้างละครเรื่องนี้ก็ได้รับอานิสงส์แทบทั้งหมด ต่างมีชื่อเสียงและได้รับโอกาสในชีวิตตามมาอีกมากมาย ตามธรรมดา เวลาละครเรื่องใดดังก็มักจะดังแต่คู่พระนาง แต่ละครที่มีกระแสดังมากผู้ที่ได้รับคลื่นอานิสงส์ก็ขยายวงยาวเป็นหางว่าว นับแต่ผู้ประพันธ์ ผู้เขียนบท ผู้สร้าง คู่พระนาง คู่พระรอง ผู้แสดงประกอบทั้งน้อยใหญ่ ขนาดโผล่มาไม่กี่ฉากก็ยังได้รับการกล่าวถึงไปด้วย นี่คือผลจากการได้เข้าไปอยู่ในข่ายกระแสพลังงานที่มีแรงผลักดันสูง
ในมุมทางธรรม การเข้าไปอยู่ในช่วงเวลาที่พลังธรรมแข็งแกร่งมาก แม้การมีส่วนร่วมเพียงเล็กน้อย เช่น สวดมนต์ ทำทาน บุญที่เกิดย่อมได้รับยกกำลังขึ้นไปด้วย คือได้อานิสงส์เพิ่มมากขึ้น แล้วยิ่งหากมีส่วนร่วมในการกระทำที่ต้องใช้ความเพียรและเจตนาที่แน่วแน่ขึ้น อานิสงส์ก็ยิ่งสูงขึ้นไปอีกมาก เช่น การตั้งใจรักษาศีล การบำเพ็ญภาวนา บำเพ็ญคุณความดีต่างๆ ไปจนถึงการมีส่วนในการปกป้องรักษาพระพุทธศาสนา เพราะมีเจตนาทำเพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ไปจนถึงการทำบุญใดที่ถวายเป็นพระราชกุศลต่อพระมหากษัตริย์ อุทิศแด่บรรพบุรุษ ผู้มีพระคุณหรือต่อผู้ทรงศีล ทรงธรรม ก็จะเกิดอานิสงส์เพิ่มพูน ด้วยพลังของกระแสธรรมที่เกื้อหนุนยกกำลังขึ้นไป ทำให้จิตมีพลังกุศลสะสมไว้เป็นทุนในฐานจิตมากขึ้น และส่งผลต่อเนื่องทำให้จิตมีพลังความดีที่เข้มแข็ง อยากทำแต่ความดีจนก่อเกิดเป็นการสะสมบุญบารมี
บทความนี้เขียนในมุมข้อเท็จจริงในเชิงกระแสพลังงานเพราะโลกทั้งใบนี้คือกระแสพลังงาน ไม่ได้ชี้ช่องให้ทำบุญกุศลเฉพาะวันพระใหญ่ บุญนั้นพึงทำทุกวันโดยรักษาฐานให้มั่นคือการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ เป็นการสร้างมงคลให้เกิดแก่ชีวิต สำหรับผู้ที่จิตใจยังไม่หนักแน่นพอ อย่างน้อยที่สุดพึงทำกุศลในวันพระใหญ่ใช้ช่วงเวลานี้หันมาย้อนดูชีวิตตนว่า ได้พลั้งเผลอทำอะไรที่ไม่ดีเอาไว้บ้าง อย่าเพ่งโทษคนอื่น ให้เพ่งความอ่อนแอ ความประมาทและความเขลาต่อกิเลสของตน แล้วปักหลักใหม่ให้ดี แม้เอาดีทุกวันยังทำไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดก็ทำดีให้รอดตลอดพรรษา
สาระของวันหยุดช่วงวันสำคัญนี้ เพื่อให้หันมาสำรวจจิตใจตนเองว่า ที่ผ่านมาได้พลาดหรือตกเป็นเหยื่อกิเลสเรื่องใดไปบ้างจะหยุดพลาดได้รึยัง แล้วพึงรวบรวมกำลังใจในวันที่พลังธรรมแข็งแกร่ง เพื่อตั้งใจหยุดทำบาป เพียรทำความดี และชำระจิตให้บริสุทธิ์
วันหยุดยาวไหนๆ ก็มักคิดแต่เรื่องเที่ยว เทใจให้เป็นกุศลในวันหยุดสำคัญนี้ เพื่อเข้ามาสู่ข่ายกระแสกุศลกันเถิด เพราะชีวิตนี้ยังต้องท่องในวัฏสงสารอีกยาวนาน หากไม่มีบุญเป็นทุนชีวิตเสียแล้ว ที่ต้องท่องต่อไปอาจหนีไม่พ้นการท่องไปในอบายภูมิิ
—
ดูเนื้อหาทั้งหมดโดยการสมัครสมาชิก หรือซื้อที่ Shopee
