Skip to content Skip to footer

ไมเคิล แจ็กสัน

ก่อนที่คุณจะด่วนตัดสินไมเคิล แจ็กสัน ลองถามตัวเองดูสักนิด เคยรู้ไหมว่าความรู้สึกของการเป็นคนดังตั้งแต่วัยเพียง 5 ขวบ โดดเดี่ยวอ้างว้างในวัยยี่สิบ และถูกผู้คนทั้งโลกเข้าใจผิดไปตลอดกาลนั้น มันเป็นอย่างไร

เมื่อภาพยนตร์ชีวประวัติเรื่อง Michael เข้าฉายเมื่อต้นปีกระแสตอบรับในเชิงบวกเข้ามาอย่างล้นหลาม และจุดกระแสความสนใจเกี่ยวกับราชาเพลงป็อปคนนี้ให้กลับมาลุกโชนอีกครั้งถ้าไม่นับข้อถกเถียงเกี่ยวกับมรดกทางดนตรี ข้อกล่าวหาพัวพันคดีความต่างๆ คำ ถามที่สำ คัญกว่านั้นอาจเป็นเพียงคำ ถามเรียบง่ายว่า ที่ผ่านมามีสักกี่คนที่เคยพยายาม ‘มองเห็น’ ตัวตนที่แท้จริงของเขาบ้าง

ในภาพยนตร์สารคดีปี ค.ศ. 2003 เรื่อง Living with Michael Jackson ของมาร์ติน บาเชียร์ ผู้สื่อข่าวชาวอังกฤษ ไมเคิลได้เปิดเปลือยโลกอันอ้างว้างในใจของเขาไว้อย่างลึกซึ้งว่า “คนทั่วไปคิดว่าพวกเขารู้จักผมดี แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย ไม่มีใครรู้จักผมจริงๆ เอาเข้าจริง ผมคิดว่าตัวเองเป็นหนึ่งในคนที่เหงาที่สุดในโลกนี้เลยนะ บางครั้งผมก็ร้องไห้เพราะมันเจ็บปวดเหลือเกิน มันเจ็บจริงๆ ครับ… เอาตามตรง น่าจะพูดได้เต็มปากเลยว่า การเป็นตัวผมมันทรมานขนาดไหน”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไมเคิลเผยความในใจอย่างตรงไปตรงมา เพราะในหนังสืออัตชีวประวัติ Moonwalk ที่ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ.1988 ไมเคิลได้พูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน แม้ว่าในตอนนั้นเขาจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการดนตรีโลกแล้ว

สำหรับไมเคิล ความโดดเดี่ยวอ้างว้างนั้นเกาะกินใจเขามาตั้งแต่จำความได้ เขาเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1958 ที่เมืองแกรี รัฐอินดีแอนา เป็นลูกคนที่ 8 จากทั้งหมดสิบคนในบ้านหลังเล็กๆ ขนาดสองห้องนอน ไมเคิลเริ่มเดินสายแสดงโชว์ตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบและพออายุได้ 9 ขวบ เขาก็ก้าวขึ้นเป็นนักร้องนำของวง TheJackson 5 ออกทัวร์คอนเสิร์ตทั่วอเมริกา และทำเพลงฮิตติดชาร์ตให้กับค่าย Motown ชีวิตวัยเด็กที่สดใสของเขาถูกพรากไป และแทนที่ด้วยการฝึกซ้อมอย่างหนัก การตระเวนแสดงคอนเสิร์ต และการควบคุมอย่างเข้มงวดจากพ่อผู้บ้าอำนาจ

เมื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางศิลปินเดี่ยว ผลงานเพลงของเขากลายเป็นดั่งหน้ากระดาษบันทึกความรู้สึกลึกๆ ในใจ อัลบั้ม Thriller(1982) และ Bad (1987) ส่งให้เขาโด่งดังเป็นพลุแตกในระดับที่ยากจะมีใครในประวัติศาสตร์ป็อปคัลเจอร์ยุคนี้เทียบเคียงได้ แต่ยิ่งชื่อเสียงของเขาสูงเสียดฟ้าเท่าไร บทเพลงของเขาก็ยิ่งเปลี่ยนผ่านจากท่วงทำนองอันสนุกสนานของวัยเยาว์ ไปสู่การสะท้อนมุมมองการใช้ชีวิตที่ลึกซึ้งและมีสติมากขึ้น เพลงอย่าง Man in the Mirror บ่งบอกถึงการชวนให้ผู้คนตระหนักว่า การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ของโลกต้องเริ่มต้นจากการย้อนมองและแก้ไขที่ตัวเองก่อน ในขณะที่ Heal the World และ Will YouBe There ล้วนสะท้อนถึงความปรารถนาอันแรงกล้าในใจของเขาที่อยากเห็นเพื่อนมนุษย์มีความเมตตาเห็นอกเห็นใจกัน

เพื่อหลบหนีจากโลกภายนอกอันวุ่นวายที่คอยจ้องจับผิดไมเคิลจึงเนรมิต ‘เนเวอร์แลนด์’ (Neverland Ranch) ขึ้นมาในปี ค.ศ. 1988 อภิมหาคฤหาสน์ที่สร้างขึ้นในรูปแบบของดินแดนแห่งเทพนิยาย ครบครันไปด้วยสวนสนุกและสวนสัตว์ส่วนตัว เพื่อเป็นพื้นที่ให้เขาได้ใช้ชีวิตวัยเด็กแบบที่ตัวเองไม่เคยมีโอกาส และที่แห่งนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตส่วนตัวในอีกมุมหนึ่ง ทั้งการแต่งงานที่เป็นข่าวดังระดับโลก รวมถึงการรับอุปการะเด็ก และเลี้ยงดูทายาททั้งสามคนของตนเอง ได้แก่พรินซ์ แพริส และบิกี



ดูเนื้อหาทั้งหมดโดยการสมัครสมาชิก หรือซื้อที่ Shopee