
อีกครั้งบนรันเวย์ของชีวิตจริง
เรื่องราวหลังคำว่า America’s Sweetheart
โลกแห่งแฟชั่นกำลังจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อลิฟต์ที่ตึก Runway เตรียมเปิดต้อนรับผู้ชมในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ กับการกลับมาของแอน แฮทธาเวย์ ในบทบาทที่เคยสร้างแรงบันดาลใจให้คนทำงานทั่วโลก ในภาคต่อที่ทุกคนรอคอยอย่าง The Devil Wears Prada 2
ยี่สิบปีผ่านไปหลังจากที่ แอนดี แซคส์ ตัดใจเขวี้ยงโทรศัพท์ลงบ่อน้ำพุกลางกรุงปารีส เธอกำลังจะกลับมาในภาพลักษณ์ใหม่ที่ไม่ใช่ผู้ช่วยสาวจอมเปิ่นที่แยกไม่ออกระหว่างสีฟ้าเซรูเลียนกับสีน้ำเงินลาพิสอีกต่อไป ในหลายแง่มุมวิวัฒนาการของตัวละครแอนดีสะท้อนถึงการเดินทางในชีวิตจริงของตัวแอนเองได้อย่างน่าสนใจ มันคือเรื่องราวของคนที่ต้องผ่าน “เปลวไฟ” แห่งชื่อเสียงที่แผดเผาก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเพชรที่ฉายแสงในแบบที่เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง
ย้อนกลับไปตอนแอนอายุเพียง 8 ขวบ วินาทีเห็นคุณแม่ขึ้นแสดงในบท “ฟองทีน” จากละครเวที Les Misérablesรอบทัวร์ระดับชาติ บางอย่างในตัวเธอก็ “คลิก” ทันที แอนไม่ได้เติบโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวย แต่เธอโตมาพร้อมกับความหลงใหลในศิลปะการแสดงอย่างแรงกล้า เธอเป็นวัยรุ่นคนแรกที่ได้รับคัดเลือกเข้าโปรแกรมการแสดงของ BarrowGroup Theater Company ท่ามกลางการสนับสนุนของคุณพ่อที่เป็นทนายความ และคุณแม่ที่เป็นนักแสดงละครเวที
เพียงไม่กี่วันหลังจากการแสดงพลังเสียงที่คาร์เนกีฮอลล์แอนได้ก้าวเข้าสู่หน้าจอโทรทัศน์ในซีรีส์ Get Real และตามมาด้วยจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอกลายเป็น “America’sSweetheart” เพียงชั่วข้ามคืนจาก The Princess Diariesในปี ค.ศ. 2001 ในเวลานั้น สังคมได้ขีดเส้นจำกัดภาพลักษณ์ของเธอให้เป็นเด็กสาวที่ดูสะอาดบริสุทธิ์ จริงใจ และปลอดภัยสำหรับเยาวชน
ทว่าแอนมีเป้าหมายที่แตกต่างออกไป เธอจงใจรื้อถอนภาพลักษณ์เจ้าหญิงทิ้ง ด้วยการเลือกรับบทบาทที่ท้าทายและดิบเถื่อนในภาพยนตร์อย่าง Brokeback Mountainและ Rachel Getting Married เพื่อประกาศให้โลกรับรู้ว่าเธอมีศักยภาพมากกว่าเพียงรอยยิ้มที่สวยงาม จนกระทั่งปีค.ศ. 2006 ที่เธอได้ร่วมงานกับนักแสดงระดับตำนานอย่างเมอรีล สตรีพ และ เอมิลี บลันต์ ใน The Devil WearsPrada ซึ่งส่งให้เธอกลายเป็น “Golden Girl” ของวงการอย่างสมบูรณ์แบบ
—
ดูเนื้อหาทั้งหมดโดยการสมัครสมาชิก หรือซื้อที่ Shopee
